าจเพียงใด เขาก็เป็นเพียงคนหนุ่มอายุยี่สิบปีเท่านั้น จะมายกย่องให้เป็นปราชญ์เป็นเจ้าในตอนนี้ก็ช่างดูขัดหูขัดตาจริงๆ!
หลังจากหยุดหัวข้อนี้ไปแล้ว
หูเหวยก็เอ่ยว่า “ในเมื่อทุกคนไม่มีความเห็นคัดค้าน งั้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พวกเรามาเตรียมจัดพิธีเข้ารับตำแหน่งกันดีไหม?”
“ผมไม่มีปัญหาครับ”
หลินจือไป๋แสดงความร่วมมือ ตอนนี้เขากลายเป็นพวกเดียวกันไปแล้ว
แต่เป็นเพราะหลินจือไป๋กลายเป็น ‘พวกเดียวกัน’ นี่แหละ ความคิดเล็กคิดน้อยบางอย่างของสืออวิ๋นจึงกล้าเผยออกมา
เขากำต้นฉบับบท ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ ที่หลินจือไป๋เขียนไว้ในมือแน่น ทำทีเป็นไม่ตั้งใจพยายามจะหากระเป๋าเสื้อเพื่อเก็บมันไว้
ผลคือพอขยับตัวปุ๊บ หูเหวยก็ร้องห้ามทันที
“เหล่าสือ บท ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ นี่ให้ฉันชื่นชมอีกสักหน่อยเถอะ”
“มีอะไรให้ชื่นชมอีก กลอนที่งดงามขนาดนี้ ฉันเชื่อว่าทุกคนท่องได้หมดแล้วล่ะ”
สืออวิ๋นทำใจปล่อยมือไม่ลง เขาอยากจะเก็บต้นฉบับแผ่นนี้ไว้เป็นสมบัติส่วนตัว เพราะกลอนที่เขียนด้วยลายมือของหลินจือไป๋แผ่นนี้มีความหมายพิเศษอย่างยิ่ง
สืออวิ๋นเชื่อว่า
กลอนที่หลินจือไป๋เขียนแผ่นนี้ ในอนาคตจะมีมูลค่ามหาศาลจนประเมินไม่ได้!
แต่หูเหวยก็ไม่ได้โง่ สิ่ง