นึ่งคือ หลินจือไป๋ปรมาจารย์ด้านการวาดภาพ
หัวข้อฮอตเสิร์ชอันดับสองคือ หลินจือไป๋ปรมาจารย์กู่ฉิน
หัวข้อฮอตเสิร์ชอันดับสามคือ หลินจือไป๋เหมยสามครา
คนที่ไม่รู้ยังนึกว่าที่นี่คือฉินโจวเสียอีก
เพราะเมื่อก่อนหลินจือไป๋จะมีอิทธิพลถึงขั้นเหมาสามอันดับแรกได้ก็แค่ในฉินโจวเท่านั้น
ไม่นึกเลยว่าเวลาผ่านไปไม่นาน หลินจือไป๋จะมีอิทธิพลในฉีโจวใกล้เคียงกันขนาดนี้แล้ว
ในขณะที่โลกอินเทอร์เน็ตกำลังปั่นป่วน ภายในเรือนธรรมชาติกลับคืนสู่ความสงบ
หลินจือไป๋เผชิญกับการตำหนิแบบเอ็นดูของหูเหวยก่อนจะยิ้มออกมา
“ผมเป็นคนพูดจาค่อนข้างระมัดระวังนะครับ”
“คุณหลินครับ” มีคนแกล้งแซวว่า
“คุณบอกว่าเป็นคนพูดจาระมัดระวัง แต่ตอนแต่งกวีกับต่อกลอนนี่ไม่มีความระมัดระวังเลยนะครับ”
“วันนี้กลอนคู่ที่คุณเขียนไว้ที่ด่านแรกพวกเราได้ยินกันหมดแล้ว”
“’แขกเยือนเรือนธรรมชาติที่แท้คือแขกจากสรวงสวรรค์’”
“ที่ว่าแขกจากสรวงสวรรค์นี่คือกำลังยกตัวเองเป็นเซียนอยู่หรือเปล่าครับ?”
“มิกล้าครับ”
หลินจือไป๋ประสานมือคารวะ ในใจคิดว่าคราวนี้โชว์เหนือไปเยอะพอแล้ว ต่อไปควรจะเริ่มถ่อมตัวจริงๆ
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น หลังจากนั้นไม่ว่าคนกลุ่มนี้จะสนทนาเรื่องอะไรกัน
หลินจือไป๋ก็นั่งทานขนมไหว้พระจันทร์บนโต๊ะอย่างสบายใจ
รสชาติไส้โหงวยิ้ง [1] นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว ถือโอกาสนี้ให้สร่างเมาด้วย
ฤทธิ์เหล้ามันแรงเกินไป หลินจือไป๋กลัวจะทำอะไรน่าขายหน้าออกมา
เจ้าระบบนี่