ปกติก็พึ่งพาได้ดี แต่ดันไม่มีพวกยาแก้เมาหรือไอเทมวิเศษที่ช่วยให้คอแข็งขึ้นเลยสักอย่าง
หลินจือไป๋บ่นพึมพำในใจ
และในตอนนั้นเอง หูเหวยก็มองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะเอ่ยขึ้นประโยคหนึ่งว่า “เต็มดวงแล้ว”
สายตาของทุกคนมองออกไปนอกหน้าต่างตามทิศทางที่หูเหวยจ้องไป
หน้าต่างของเรือนธรรมชาตินั้นใหญ่มากและถูกสร้างไว้ค่อนข้างต่ำเพราะเป็นสิ่งก่อสร้างที่สืบทอดมาจากสมัยโบราณ
เมื่อหน้าต่างทุกบานถูกเปิดออก ทุกคนในห้องจึงสามารถหามุมมองชมจันทร์ในคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์ได้พอดี
และดวงจันทร์ในยามนี้ก็กลมมนสวยงามอย่างที่หูเหวยว่าไว้จริงๆ
“ทุกท่านครับ” สืออวิ๋นยิ้ม
“ท่ามกลางมวลบุปผาและแสงจันทร์เช่นนี้ มักจะทำให้คนเรามีอารมณ์กวีพุ่งพล่านที่สุด”
“งั้นก็ทำตามธรรมเนียมของทุกปีเถอะครับ”
“ให้แต่ละท่านเขียนบทกวีหรือกลอนในหัวข้อเทศกาลไหว้พระจันทร์ดีไหมครับ?”
“เรียนตามตรงนะครับ” ปัญญาชนคนหนึ่งพูดอย่างเก้อเขิน
“ผมเตรียมเขียนไว้ล่วงหน้าแล้วครับ ก็เพื่อรอวินาทีนี้แหละ”
ปัญญาชนคนอื่นพากันหัวเราะร่า ใครบ้างล่ะที่ไม่ทำแบบนั้น?
จะมีสักกี่คนที่เกิดอารมณ์กวีพุ่งพล่านจนแต่งสด ณ ที่นี้ออกมาได้จริงๆ?
ทุกคนต่างรู้ดีว่างานกวีครั้งนี้คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเขียนผลงานเกี่ยวกับเทศกาลไหว้พระจันทร์
ทุกคนย่อมต้องสร้างสรรค์ผลงานไว้ล่วงหน้า
เพราะอย่างไรงานกวีครั้งนี้ก็ถ่ายทอดสดไปทั่วทั้งฉีโจว
ถ้าผลงานที่สร้างสรรค์ออกมานั้นยอดเยี่ยมเพียงพอ ย่