อมเป็นการได้หน้าต่อหน้าผู้ชมชาวฉีโจวนับไม่ถ้วน
ส่วนหลินจือไป๋นั้น แม้จะไม่รู้ว่างานกวีของฉีโจวมีลำดับขั้นตอนแบบนี้ด้วย
แต่เขาก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะเป็นการรวมตัวของเหล่าปัญญาชน
แถมยังเลือกเอาวันเทศกาลไหว้พระจันทร์พอดิบพอดี
ถ้าไม่จัดให้มีการสร้างสรรค์กวีในหัวข้อเทศกาลไหว้พระจันทร์ก็คงเสียของแย่
ทั้งในแง่ของเวลา สถานที่ และตัวบุคคล
เจ้าหน้าที่ดูเหมือนจะรออยู่ก่อนแล้ว หลังจากสืออวิ๋นเสนอความเห็นก็รีบยกเอาพวกขนมไหว้พระจันทร์ออกไปทันที
พร้อมกับจัดเตรียมพู่กัน น้ำหมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกมาให้เหล่าปัญญาชนอย่างทะนุถนอม
ทุกคนต่างกระตือรือร้นเริ่มจุ่มน้ำหมึกและลงมือเขียนทันที
บางคนก็ทำท่าทางเหมือนกำลังใช้ความคิดชั่วคราว
ความจริงแล้วคนส่วนใหญ่ต่างก็มีร่างอยู่ในใจแล้วทั้งนั้น
แต่การแสดงท่าทางว่าเป็นการสร้างสรรค์สดๆ มันดูสง่างามกว่าไม่ใช่เหรอ?
หลินจือไป๋ไม่ได้รีบร้อนลงฝีแปรง และแน่นอนว่าไม่ได้แสร้งทำเป็นครุ่นคิด
แม้หลินจือไป๋กำลังใช้ความคิดอย่างจริงจังถึงคำถามที่เขาพิจารณามาตั้งแต่ก่อนจะมาที่นี่จริงๆ นั่นคือ…
จะเขียนบทกวีหรือกลอนบทไหนเกี่ยวกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ดี?
ตัวเลือกมันมีเยอะเกินไป ยอดกวีในอดีตของโลกเก่านับไม่ถ้วนต่างก็เคยเขียนผลงานที่เกี่ยวข้องไว้ทั้งนั้น
ทว่า…
ถ้าจะพูดถึงตัวเลือกที่ดีที่สุด ย่อมต้องเป็นกลอน ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ อันลือลั่นของซูซื่อหรือซูตงพัวเท่านั้น
นี่คือท่าไม้ต