วลาแล้วครับ”
หูเหวยเอ่ยปาก “ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็น ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว งานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์ของเราเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเถอะครับ ก่อนอื่นเราต้องขอมอบเสียงปรบมือให้กับอาจารย์หลี่หมิงเฉวียน เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้เขาได้สร้างสรรค์กลอนบทหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นกลอนชมบุปผาที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี…”
หลินจือไป๋กะพริบตาปริบๆ
งานกวีที่นี่ไม่เหมือนกับที่ฉินโจวแฮะ
ดูเหมือนจะมองความสงสัยของหลินจือไป๋ออก เจียงโส่วรั่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “พี่หลินไม่ต้องแปลกใจครับ งานชุมนุมกวีของฉีโจวเราพูดง่ายๆ ก็คือ ท่านผู้เฒ่าหูและท่านผู้เฒ่าสือจะพาทุกคนมาสรุปกันว่า ตั้งแต่เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีที่แล้วจนถึงวันนี้ มีปัญญาชนท่านใดเขียนบทกวีหรือกลอนที่ยอดเยี่ยมบทไหนไว้บ้าง ทุกคนสามารถอ่านและวิเคราะห์ชื่นชมได้อย่างอิสระ จากนั้นใครอยากจะขอคำชี้แนะจากใคร หรืออยากจะประชันกวีกลอนคู่อะไรกันก็ว่าไป ถ้าแพ้ก็ไม่ได้คอขาดบาดตายอะไร แค่ถูกปรับให้ดื่มเหล้าหนึ่งจอกต่อหน้าทุกคนก็เท่านั้นเอง…”
สิ้นเสียงพูดไม่ทันไร
หลินจือไป๋ก็เห็นปัญญาชนคนหนึ่งลุกขึ้นยืน ตะโกนเรียกปัญญาชนอีกคน บอกว่าอยากจะประชันความสามารถกัน