โดยขอให้ผู้เฒ่าหูเหวยเป็นคนออกโจทย์
หูเหวยยิ้มและให้พวกเขาเขียนบทกวีในหัวข้อ ‘เหล้า’
ทั้งสองคนแต่งกวีกันคนละบท สุดท้ายให้คนทั้งงานช่วยกันติชม ใครที่ได้รับคำชมสูงกว่าจะได้นั่งลง ส่วนคนที่ด้อยกว่าก้าวหนึ่งจะต้องดื่มเหล้าไปหนึ่งจอก
จะว่าไป บรรยากาศแบบนี้ก็น่าสนใจดี
อย่างน้อยหลินจือไป๋ก็รู้สึกว่ามันน่าสนุกกว่างานกวีที่ฉินโจวเยอะเลย
และเนื่องจากหลินจือไป๋เป็นแขกที่มาจากฉินโจว จึงไม่มีใครมาสร้างความลำบากใจให้เขา เพราะอย่างไรทุกคนก็ยังไม่ค่อยสนิทสนมกันนัก
ทว่าสิ่งนี้ก็ส่งผลให้
หลินจือไป๋ไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในเกมและการเล่นสนุกของปัญญาชนฉีโจวได้
ซ่งซิ่งเหลียงมองจุดนี้ออก จึงพูดขึ้นว่า “ใครๆ ก็บอกว่าความปรารถนาสูงสุดของปัญญาชน คือการเชี่ยวชาญทั้ง พิณ หมากรุก อักษร ภาพ กวี ฉันท์ กาพย์ กลอน ทุกท่านคิดว่าในที่นี้มีใครที่ตรงตามมาตรฐานนี้ที่สุดครับ?”
“นั่นยังต้องถามอีกเหรอ?”
ปัญญาชนคนหนึ่งเอ่ยยิ้มๆ “ย่อมต้องเป็นคุณหลินน้อยอยู่แล้ว!”
คนข้างๆ รับช่วงพูดต่อ “ที่จริงในที่นี้ก็มีหลายคนที่รอบรู้ทั้ง พิณ หมากรุก อักษร ภาพ ไปจนถึงกวีและกลอนพร้อมๆ กัน แต่ถ้าจะพูดถึงคำว่าเชี่ยวชาญล่ะก็ ย่อมต้องเป็นคุณห