พเราะเกินไปแล้ว!”
“ราวกับเสียงดนตรีจากสรวงสวรรค์!”
คนที่ฟังเข้าใจและไม่เข้าใจต่างก็พากันชื่นชม หลินจือไป๋เองก็ปรบมือให้เช่นกัน
เซี่ยซินอี๋ลุกขึ้นยืนย่อกายคารวะเล็กน้อย หลังจากที่เสียงอื้ออึงเงียบลง จู่ๆ เธอก็ยิ้ม “ฉันได้ยินมาว่าคุณหลินเป็นปรมาจารย์ด้านดนตรี ไม่ทราบว่าบทเพลงของฉันพอจะเข้าหูบ้างไหมคะ?”
“ยอดเยี่ยมมากครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มให้
ได้ยินว่าเซี่ยซินอี๋คนนี้เป็นปราชญ์หญิงอันดับหนึ่งแห่งฉีโจว หลินจือไป๋รู้สึกว่าเธอมีของจริงๆ ทักษะกู่ฉินระดับนี้ถ้าไม่ฝึกมาเกินสิบปีก็ไม่มีทางมาถึงขั้นนี้ได้
“ขอบคุณค่ะ”
เซี่ยซินอี๋ย่อกายคารวะอีกครั้ง คราวนี้หันไปทางทิศที่หลินจือไป๋นั่งอยู่ แถมยังขยิบตาให้ทีหนึ่ง ราวกับกำลังส่งกระแสไฟฟ้าให้อย่างไรอย่างนั้น
นี่นับเป็นการอ่อยฉันอยู่หรือเปล่านะ?
หลินจือไป๋ไม่แน่ใจว่าตนหลงตัวเองเกินไปหรือไม่ แต่แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร รัศมีปราชญ์หญิงอะไรนั่นเขามีภูมิคุ้มกันเต็มร้อยอยู่แล้ว
เขาก็เป็นถึงยอดปราชญ์เหมือนกันนะ!
ทว่าเจ้าพวกขี้ประจบของเซี่ยซินอี๋กลับเกิดอาการอิจฉาขึ้นมา
ก็คือพี่ชายคนที่บอกว่าวิชาพิณในงานนี้เซี่ยซินอี๋เก่งที่สุดคนนั้นแหละ เขาสังเกตเห็นว่าท่าที