วามอื้ออึงในห้องไลฟ์สด ตอนนี้ที่ตงถิงกลับตกอยู่ในความเงียบงัน
เหล่าปัญญาชนที่รุมล้อมเข้ามาต่างพากันอ้าปากค้างมองดูบทกวีที่หลินจือไป๋เขียนทิ้งไว้ ในใจพลันผุดคำขึ้นมาว่า มังกรข้ามถิ่น !
หลินจือไป๋ผู้มาจากฉินโจวช่างหนุ่มแน่นและอวดดี มาแค่ตัวคนเดียวกลับใช้ความสามารถทางวรรณศิลป์ข่มขวัญปัญญาชนฉีโจวนับสิบคน หากไม่ใช่มังกรข้ามถิ่นแล้วจะเป็นอะไรไปได้ ?
หากตัดเรื่องที่มาออกไป บทกวีนี้เขียนได้งดงามจริงๆ งดงามจนทุกคนไม่แม้แต่จะไปจู้จี้ว่าเทคนิคการประพันธ์เป็นอย่างไร
รู้สึกเพียงว่าทุกตัวอักษรในสองประโยคหลังนั้นช่างงดงามไร้ที่ติและลงตัวที่สุด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงลายมือของหลินจือไป๋ที่สวยงามปานนั้น
ภายใต้การส่งเสริมของความงามทั้งสองสิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลงานของเซี่ยซินอี๋ปราชญ์หญิงอันดับหนึ่งแห่งฉีโจวหรือบทกวีของซังจื่อหรงต่างก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะดูหมองลงไปในทันที !
กวีดี !
นับเป็นอันดับหนึ่งของรอบนี้ !
“ความสามารถของคุณหลินผมขอเลื่อมใส !”
“รอบนี้โจทย์ออกมาอย่างกะทันหัน ผมเชื่อว่าต่อให้คุณหลินจะมีร่างไว้ในใจแต่เวลาที่ใช้ก็น้อยมากแน่ๆ สามารถสร้างสรรค์บทกวีเช่นนี้ได้ในเวลาอันสั้น ผู้อาวุโสเพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต !”
“ปลายพู่กันรังสรรค์บุปผา !”
“ทั้งตัวอักษรและบทกวีเรียกได้ว่าเป็นคู่เอกอุ !”
ต้องยอมรับว่าปัญญาชนที่มีอายุหน่อยนั้นมีความมั่นคง คำชมของพวกเขานั้นสละสลวยและมีระดับ ไม่เหมือนคนบางกลุ่มใ