นห้องไลฟ์สดหรือพวกสามทหารเสือแห่งวงการวรรณกรรมฉีโจวที่อ้าปากก็มีแต่คำว่า “เช็ด โคตรเจ๋ง”
“ทุกท่านชมเกินไปแล้วครับ ”
หลินจือไป๋ประสานมืออย่างถ่อมตัว ในถิ่นของคนอื่นจะทำตัวเด่นเกินไปไม่ได้ มิเช่นนั้นจะดูเหมือนจงใจมาพังงาน อีกอย่างเพื่อนปัญญาชนชาวฉีโจวทั้งหลายต่างก็เป็นมิตรมาก
“ตอนอยู่บนเรือคุณไว้หน้าผมจริงๆ ด้วย”
ซังจื่อหรงเอ่ยปากอย่างละห้อย กวีของเขาต่อให้ดีแค่ไหนก็เทียบกับบทนี้ของหลินจือไป๋ไม่ได้ แม้แต่บทที่เซี่ยซินอี๋ทิ้งไว้ก็ยังถูกเทียบจนด้อยลงไป
แต่จากเรื่องนี้ก็มองออกเช่นกันว่า หลินจือไป๋ไม่ใช่คนชอบอวดดี เพียงแต่ด้วยตัวตนของเขาบวกกับชื่อเสียงปราชญ์อันดับหนึ่งแห่งฉินโจว มักจะมีคนผลักดันให้เขาต้องแสดงฝีมืออยู่เสมอ
“พี่ซังอย่าดูถูกตัวเองเลยครับ ”
หลินจือไป๋ปลอบใจเขา “พวกเราไปด้านที่สามกันเถอะ ”
กลอนคู่และบทกวีก็ทดสอบไปแล้ว ไม่รู้ว่าด้านที่สามจะมีโจทย์ยากแบบไหนรอตนอยู่ หลินจือไป๋เตรียมใจไว้พร้อมแล้ว
สิ่งที่หลินจือไป๋ไม่รู้ก็คือในตอนที่เขากำลังมุ่งหน้าไปด้านที่สามนั้น ภายในเรือนธรรมชาติ ตอนนี้มีคนอยู่ไม่น้อย
โดยคนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งสำคัญที่สุดก็คือสองยอดขุนพลแห่งวงการวรรณกรรมฉีโจว นั่นคือหูเหวยและสืออวิ่น ทั้งสองกำลังสนทนาอย่างเป็นกันเอง หูเหวยยิ้มพลางกล่าวว่า
“ได้ยินว่าซินอี๋เพิ่งเดินผ่านด้านที่สองแล้วเขียนบทกวีดีๆ ไว้บทหนึ่ง ลองร่ายให้ฟังหน่อยเป็นอย่างไร ?”
“งั้นผู้น้อยขอแสดงความ