ม่ได้คงน่าเบื่อแย่ …”
“กลอนคู่อะไร ?”
หูเหวยกับสืออวิ่นต่างก็สงสัย หัวข้อสนทนาจึงไม่วนเวียนอยู่ที่ว่าบทกวีของเซี่ยซินอี๋จะคว้าตำแหน่งชนะเลิศในด้านที่สองได้หรือไม่อีกต่อไป
ทว่าแววตาของเซี่ยซินอี๋กลับไหววูบไปเล็กน้อย หลินจือไป๋ …
ปราชญ์อันดับหนึ่งแห่งฉินโจวอย่างนั้นเหรอ ?
ช่างเป็นหนุ่มเจ้าปัญญาที่ชวนให้สงสัยใคร่รู้จริงๆ
และคนที่เพิ่งเอ่ยปากเมื่อครู่ก็คือหลี่ไป๋ อันดับหนึ่งด้านกลอนคู่แห่งฉีโจว เขาประสานมือคารวะสองยอดขุนพลพลางยิ้มให้
“วรรคแรกของผมคือ คนผ่านวัดพระใหญ่ พระวัดใหญ่กว่าคน ”
“อ่านย้อนกลับอย่างนั้นเหรอ ”
สืออวิ่นขมวดคิ้ว “คุณออกแบบซับซ้อนเกินไป คนอื่นยากจะคิดออกในเวลาสั้นๆ แล้วตัวคุณเองมีวรรคหลังหรือเปล่า …”
“แน่นอนครับ ”
หลี่ไป๋กล่าวเสียงดัง “วรรคหลังของผมคือ คนมาตลาดแลกเปลี่ยน สิ่งที่แลกเปลี่ยนคือคนมา”
เซี่ยซินอี๋กล่าวอย่างจนใจว่า “อาหลี่คะ ถ้าตามแนวคิดของอาเนี่ย หนูไม่ต่อได้เป็น คนมาสถานตรวจวัด สิ่งที่ตรวจวัดคือคนมา หรือไงคะ ?”
“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ ”
หลี่ไป๋ทวนซ้ำอีกรอบแล้วดวงตาเป็นประกาย “ถึงได้บอกไงว่าซินอี๋นะเป็นปราชญ์หญิง นึกไม่ถึงว่าจะสามารถตามแนวคิดของอาแล้วนึกประโยคแบบนี้ออกมาได้ทันที”
“ไร้ซึ่งความงามทางศิลปะ”
หูเหวยติติงหนึ่งประโยค จากนั้นหลังจากใคร่ครวญเล็กน้อย กล่าวออกมาเสียงทุ้มว่า “ไม่สู้ต่อว่า ‘ บุปผาหอมอบอวลทั่วศาลาสวน ศาลาสวนอบอวลด้วยบุปผาหอม ‘ ดีกว่าเหรอ