”
“ไม่เลว ”
สืออวิ่นเองก็เริ่มมีความสนใจ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “งั้น ‘ ในห้องโถงมีแขกมาพัก แขกมาพักในห้องโถง ‘ เป็นอย่างไร ?”
หลี่ไป๋ยิ้ม “ทั้งสองท่านสมกับเป็นยอดขุนพลแห่งวงการวรรณกรรมฉีโจวของเราจริงๆ ”
กลอนคู่ของตนเองนั้นแน่นอนว่าต้องล้อเล่น สิ่งที่เขาเตรียมไว้จริงๆ คือ ‘ วิหคบินในรังป่า ในรังป่าวิหคบิน ‘ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องร่ายออกมาเป็นพิเศษ
เขาอยากรู้มากกว่าว่าหลินจือไป๋จะต่ออย่างไร หากอีกฝ่ายต่อไม่ได้ล่ะก็ อันดับหนึ่งกลอนคู่แห่งฉีโจวอะไรนั้นก็คงเป็นแค่ชื่อจอมปลอม
และในตอนนั้นเองมีคนเดินเข้ามา หลี่ไป๋เห็นอีกฝ่ายก็ดวงตาเป็นประกาย ตะโกนถามว่า
“เสี่ยวหลู สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง หลินจือไป๋มาถึงหรือยัง แล้วกลอนคู่นั้นเขามีไอเดียไหม ?”
“มีครับ ”
คนชื่อเสี่ยวหลูยิ้ม “คุณหลินไม่เพียงแต่ต่อได้ แต่วรรคหลังของเขายังได้รับคำชมเชยไปทั่วทั้งงานเลยครับ !”
“ชมเชยไปทั่ว ?” หลี่ไป๋ถาม “เขาต่อว่าอะไร ?”
ปัญญาชนทุกคนในที่นั้นต่างหันไปมองชายหนุ่มคนนี้ทันที แม้แต่หูเหวยและสืออวิ่นก็ยังเกิดความสงสัย
เสี่ยวหลูพลันรู้สึกถึงความกดดัน ไม่กล้าลีลา รีบเอ่ยปากทันที “คุณหลินต่อว่า ‘ แขกเยือนเรือนธรรมชาติ ที่แท้คือแขกจากสรวงสวรรค์ ‘ ครับ”
แขกเยือนเรือนธรรมชาติ ?
ที่แท้คือแขกจากสรวงสวรรค์ ?
เหล่าปัญญาชนในที่นั้นใจสั่นสะท้าน
กลอนคู่นี้สองยอดขุนพลแห่งฉีโจวอาจจะต่อได้ เซี่ยซินอี๋เองก็อาจจะพอถูไถไปได้ แต่หา