กพูดถึงความเหมาะสมและเข้ากับสถานการณ์แล้ว ต้องยกให้วรรคหลังของหลินจือไป๋นี้เป็นที่สุด !
ต่อได้ยอดเยี่ยม !
หลี่ไป๋อดไม่ได้ที่จะตะโกนชมเสียงดัง “วรรคหลังที่ท่านผู้เฒ่าหูและท่านผู้เฒ่าสือต่อเมื่อกี้จริงๆ ก็ดีมากแล้ว ของซินอี๋เองก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ แต่หากจะพูดถึงความสมบูรณ์แบบที่สุดก็ต้องเป็นวรรคหลังของหลินจือไป๋บทนี้ ที่แท้คือแขกจากสรวงสวรรค์ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเป็นคนหนุ่มที่มีความทรนงองอาจมากทีเดียวนะ ”
คำว่า ‘ ทรนง ‘ จากปากของหลี่ไป๋ไม่มีความหมายในเชิงลบ
เพราะหลี่ไป๋เห็นว่าคนหนุ่มที่มีความสามารถย่อมมีสิทธิที่จะทรนง ตอนเขายังหนุ่มเขาก็โอหังมากเหมือนกัน ถ้าไม่ซ่าตอนหนุ่มแล้วจะไปซ่าตอนไหนกันล่ะ ?
“ดีจริงๆ นั่นแหละ”
หูเหวยไม่ได้โกรธที่หลี่ไป๋บอกว่าวรรคหลังนี้ดีกว่าของตนเอง กลับยิ้มกริ่มพลางพูดกับสืออวิ่นว่า
“ตอนนี้นายยังคิดว่าอันดับหนึ่งของด้านที่สองจะเป็นซินอี๋อยู่ไหม ?”
“แน่นอน ”
สืออวิ่นเอ่ย “บทกวีของซินอี๋นับว่ามีคุณภาพไม่ธรรมดา อย่างระดับของกลอนคู่กับการแต่งกวีนั้นไม่อาจเอามาปนกันได้ ไม่งั้นคนที่แต่งกวีเก่งที่สุดในฉีโจวของเราก็ควรจะเป็นหลี่ไป๋แล้ว”
“ท่านผู้เฒ่าสืออย่ามาแช่งผมเลยครับ ”
หลี่ไป๋ยิ้ม “ฝีมือการแต่งกวีของผมก็ไม่เลวนะ แค่ใจรักกลอนคู่มากกว่าก็เท่านั้น ”
“เอ่อ…”
เสี่ยวหลูที่มาทีหลังดูเหมือนจะอึกอัก เซี่ยซินอี๋ที่นิ่งเงียบอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นจึงเอ่ยปากถามก่อน
“คุณหลินคนนั้นน่าจะ