็ตรงมาหาบิดาทันที ต้องการจะถามให้ชัดเจน
“ท่านพ่อ สถานการณ์ในตำบลอันจิ่วเป็นอย่างไร ท่านก็ใช่ว่าจะไม่รู้ ที่นี่มีภัตตาคารอยู่แล้ว แต่การค้าของภัตตาคารทั้งสองแห่งนั้นไม่ดีเลยสักนิด…”
“ถ้าพวกเราเปิดภัตตาคารเหมือนกัน จะทำเงินได้สักเท่าไหร่เชียว?”
ตนเองเป็นนายบ้านชัด ๆ แต่บิดาของเขากลับแอบไปจับมือทำการค้าร่วมกับคนนอกคนหนึ่ง ซุนโส่วยิ่งคิดก็ยิ่งไม่สบอารมณ์
“เอาล่ะ ข้ารู้แล้ว เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องเข้ามายุ่ง ข้าจะเอาเงินส่วนตัวของข้าไปลงทุนเอง” นายท่านผู้เฒ่าซุนแม้แต่เปลือกตาก็ยังไม่ขยับ
ทว่าซุนโส่วยากจะสงบใจ “ท่านพ่อ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น…”
เขาเดินไปเดินมารอบตัวบิดา ร้อนใจเหลือประมาณ
“ถ้าข้าคิดแบบนั้น ตอนแรกที่ท่านจะกลับตำบลอันจิ่วก็คงไม่ตามมาด้วยแล้ว ท่านลองดูเอาเองเถอะขอรับ สถานที่บ้านนอกแบบนี้มันมีอะไรกัน?”
“กันดารยากจน อยากกินอาหารดีหน่อยก็ต้องสิ้นเปลืองไม่น้อย มีแต่ต้องไปซื้อหานำเข้ามาเอง”
“ถ้าไม่ใช่เพราะครอบครัวพวกเรามีกิจการใหญ่โต ใครจะมาทำเรื่องพรรค์นี้?”
……
พล่ามอะไรออกมามากมาย ซุนโส่วแสดงใจกตัญญูของตนออกมาเสียก่อน เกรงว่าบิดาผู้ชราจะถูกตนเองทำให้โมโหจนล้มป่วย
ในที่สุดนายท่านผู้เฒ่าซุนก็เงยหน้าขึ้นมองบุตรชายแล้วกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ เจ้าคงคิดว่าข้าอายุมากแล้ว ไม่ต้องวุ่นวายไปทำอะไรอีก จะได้ไม่ทำให้กิจการครอบครัวเสียหาย ถึงตอนนั้นพวกเจ้าพี่น้องก็ไม่เหลืออะไรแล้