มาก แต่ตอนเขียนกวีเมื่อครู่เขาเขียนอย่างสบายๆ จริงๆ แค่เขียนให้ตัวอักษรชัดเจนพอให้ทุกคนอ่านออกเท่านั้น
เรียกไม่ได้ว่าเป็นผลงานศิลปะลายพู่กันเลยด้วยซ้ำ
ย่อมไม่ควรค่าแก่การแย่งชิงอะไรเลย
ซั่งจื้อหรงถอนหายใจยาว “ดูเหมือนพี่หลินจะยังรู้จักตัวเองไม่ดีพอสินะครับ”
สำหรับยอดปรมาจารย์ลายพู่กันอย่างหลินจือไป๋ แม้เขาจะเขียนอะไรเล่นๆ ก็จะมีคนยกย่องให้เป็นสิ่งล้ำค่า
และเมื่อสิ้นเสียงของซั่งจื้อหรง มีคนที่กำลังผ่านด่านที่สามคนหนึ่งหันมากล่าวว่า “ก็ว่าเสียงใครคุ้นๆ ที่แท้ก็พวกนายสามพี่น้องนี่เอง ปีนี้ถ้าต้องการจะผ่านด่านที่สามไป จะต้องทิ้งตัวอักษรหรือภาพวาดไว้หนึ่งชิ้น”
“ตัวอักษรหรือภาพวาด?”
หลินจือไป๋นึกไม่ถึงว่าด่านที่สามจะเป็นอะไรพวกนี้
นึกว่าด่านนี้จะออกโจทย์พิเศษอะไรเสียอีก
ซั่งจื้อหรงยิ้ม “ดูเหมือนด่านนี้พี่หลินจะต้องคว้าอันดับหนึ่งอีกแล้วล่ะครับ เรื่องลายพู่กันในที่นี้ใครจะมาเทียบคุณได้?”
“ลายพู่กันมันไม่มีความท้าทายเท่าไหร่ครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มออกมา ตัดสินใจสร้างความประทับใจเรื่องทักษะการวาดภาพให้โลกภายนอกรับรู้เพิ่มขึ้น “ผมขอวาดรูปแล้วกันครับ”
“วาดรูป?”
สามทหารเสือนิ่งอึ้ง พวกเขารู้เพียงว่าลายพู่กันของห