อวิ๋น”
สืออวิ๋นที่อยู่ข้างๆ เอ่ยปาก “เจียงโส่วรั่งเป็นหลานชายของผม…ดูเหมือนพวกคุณจะสนิทกันนะ”
“ครับ”
หลินจือไป๋ทักทายอีกครั้ง “ยินดีที่ได้พบผู้อาวุโสสือครับ พวกคุณมาที่นี่ทำไมเหรอครับ”
สืออวิ๋นยิ้มบางๆ “ก็มาต้อนรับคุณนั่นแหละครับ เพราะคุณเป็นแขกที่มาจากฉินโจว แน่นอนว่าถือโอกาสมาชมวิชาลายพู่กันของคุณด้วย ตาเฒ่าหูเอาแต่บอกว่าคุณคืออันดับหนึ่งในใต้หล้าด้านอักษรหวัดแกมบรรจง… นึกไม่ถึงว่าคุณจะเลือกวาดภาพเสียอย่างนั้น”
“วาดเล่นๆ น่ะครับ”
หลินจือไป๋ยิ้มให้ “ลำบากทุกท่านต้องเดินมาถึงที่นี่ ทำให้ทุกคนผิดหวังแล้วครับ”
“อะไรผิดหวังไม่ผิดหวังกัน”
สืออวิ๋นโบกมือ “วงการวรรณกรรมฉีโจวของเรายึดถือผู้มีความสามารถเป็นสำคัญ กลอนคู่และบทกวีที่คุณเขียนไว้ข้างหน้า พวกเราได้ยินมาแล้ว นับว่าคู่ควรให้ทุกคนออกมาต้อนรับในครั้งนี้จริงๆ ส่วนด่านที่สามที่คุณจงใจเลือกวาดภาพ คงเป็นเพราะไม่อยากทำตัวเด่นอีกใช่ไหม จริงๆ ไม่จำเป็นเลย แสดงตัวตนออกมาให้เต็มที่เถอะ ผมไม่ยึดถือเรื่องปัญญาชนข่มกันเอง หรือเรื่องไม้ที่เด่นเหนือป่าลมมักจะพัดโค่นหรอก”
หลินจือไป๋พยักหน้าเบาๆ
ทว่าข้างๆ กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ที่แท้คือซ่งซิ่งเหลียงที่ไม่รู้ว่า