วรังบุ้ยปาก
พี่แทซง ซิงเหลียง และซังจื่อหรงก็เริ่มดื่มกันอีกแล้ว สองคนนี้ไม่อยากจะผ่านด้านเลยสักนิด แต่อยากจะดื่มเหล้า ทั้งที่โจทย์ของพวกเขาไม่ยากเลย คิดแค่นิดเดียวก็ตอบได้แล้ว พอดื่มเสร็จ ซิงเหลียงยังรู้สึกเสียดายเลยบอกกับหลินจือไป๋ว่า
พี่หลิน ด้านหน้าคุณอย่าทำตัวโดดเด่นแบบนี้อีกละ ไม่ต้องกลัวเรื่องดื่มเหล้าหรอก เดี๋ยวผมเหล้าซ่งดื่มแทนให้เอง ผมคอแข็งสุดๆ ต่อให้ดื่มทุกด้านเข้าเรือนธรรมชาติไปก็เดินไม่เซแน่นอน
“เหลวไหล”
เจียงโส่วรังกระซิบข้างหูหลินจือไป๋ว่า “ที่ผมบอกว่าเมื่อปีก่อนมีคนภาพตัดเมาอาละวาดจนถูกรปภ. เชิญออกไปนะ คือซ่งซิงเหลียงครับ ”
หลินจือไป๋นึกไม่ถึงว่าในกลุ่มสี่คนจะมีคนขี้เหล้าอยู่หนึ่งคน
ซ่งซิงเหลียงไม่ยอมรับ “ที่ปีก่อนฉันภาพตัดเป็นเพราะช่วยพวกนายสองคนดื่มแทนเยอะเกินไปต่างหาก !
เจียงโส่วรังรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย ฮึดฮัดว่า “บางทีก็ลองหาสาเหตุที่ตัวเองบ้างนะ ผ่านมาตั้งหลายปีแล้วคอแข็งขึ้นบ้างไหม ได้ตั้งใจฝึกฝนบ้างหรือเปล่า ?”
เล่นก็ส่วนเล่น ทะเลาะก็ส่วนทะเลาะ ทางเดินนี้ยังไม่จบนะ อย่างที่สามทหารเสือแนะนำไว้ก่อนจะถึงเรือนธรรมชาติมีสามด้าน พวกเขาเพิ่งจะผ่านด้านแรกมาได้ และไม่นานก็มาถึงด้านที่สอง ตรงนี้มีปัญญาชนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก หลินจือไป๋ลองนับคร่าวๆ ดูคาดว่ามีประมาณสามสิบกว่าคน
ด้านนี้คืออะไรครับ ?
ขั้นตอนคล้ายกับด้านแรก พวกเขาเริ่มจากทักทายปัญญาชนที่ติดอยู่ที่นี่ จา