กนั้นสามทหารเสือก็แนะนำตัวตนของหลินจือไป๋ให้ทุกคนรู้จัก ตามด้วยการทักทายตามมารยาทหรือทักทายอย่างจริงใจและการอวยกันไปมาตามธรรมเนียม
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เอ่ยขึ้นว่า “ด้านที่สองนี้ง่ายมากครับ เมื่อกี้ทุกท่านพายเรือลําน้อยผ่านทะเลสาบตงถิงมาแล้ว ขอเพียงทุกท่านเขียนบทกวีชื่นชมทะเลสาบตงถิงออกมาหนึ่งบทก็ถือว่าผ่านครับ บทกวีนีจะถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ดังนั้นถ้าอาจารย์ท่านไหนทำแบบขอไปทีระวังจะถูกคนที่มาอ่านบทกวีเหล่านี้ดูแคลนเอาได้นะครับ นอกจากนี้บทกวีที่ชื่นชมทะเลสาบตงถิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดของปีนี้จะถูกสลักไว้บนหินก้อนใหญ่ในแหล่งท่องเที่ยวตงถิงด้วยครับ …”
สามทหารเสือสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ปัญญาชนคนอื่นๆ ที่เพิ่งมาถึงพร้อมพวกเขาก็เริ่มหายใจติดขัดขึ้นมาทันที ด้านที่สองนี้หมายถึงโอกาสในการสร้างชื่อเสียงครั้งใหญ่ !
ลองคิดดูสิ ถ้าบทกวีของตัวเองถูกสลักไว้บนหินในแหล่งท่องเที่ยว และหินก้อนนั้นยังเป็นจุดเช็คอินสำคัญ จะน่าภาคภูมิใจขนาดไหน เป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูลไปเลย !
เพราะโดยปกติแล้ว มีเพียงยอดกวีในสมัยโบราณเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติเช่นนี้ ถามหน่อยว่าปัญญาชนคนไหนจะปฏิเสธความเย้ายวนใจอันยิ่งใหญ่จากการเสริมบารมีแบบนี้ได้ มิน่าละด้านนี้ถึงมีคนมารวมตัวกันเยอะขนาดนี้ !
เห็นได้ชัดว่าคนกลุ่มนี้ต่างอยากให้ผลงานของตัวเองโดดเด่นออกมา การผ่านด้านไม่ใช่จุดประสงค์หลักของคนพวกนี้อีกต่อไปแล้ว
ซ่งซิงเหลียงเ