โจวหน่อยว่าเมื่อเทียบกับปราชญ์หญิงอันดับหนึ่งแห่งฉีโจวของเราแล้วจะเป็นยังไง”
ฟังดูมีประเด็นให้น่าติดตาม ปราชญ์อันดับหนึ่งแห่งฉินโจว vs ปราชญ์หญิงอันดับหนึ่งแห่งฉีโจว ส่วนซังจื่อหรงน่าจะถูกนับรวมไปในคำพูดเฉยๆ
ทุกคนเริ่มส่งเสียงเชียร์ มองมาที่หลินจือไป๋ ต่างพากันยุยงให้เขาจัดมาสักบท คนเหล่านี้อาจจะไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร แต่ต้องมีบางคนที่อยากเห็นหลินจือไป๋หน้าแตกแน่นอน ตอนนี้ถูกกดดันเช่นนี้ ถ้าเขาปฏิเสธย่อมเลี่ยงที่จะดูเหมือนคนขี้ขลาดไม่ได้
ทว่า … เดิมทีหลินจือไป๋ก็ไม่ได้ตั้งใจจะปฏิเสธอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้บนเรือที่ไม่ได้เขียนกวีออกมาข่มรัศมีของซังจื่อหรง เป็นเพราะเขารู้สึกว่าไม่จำเป็นและเขาก็ไม่อยากจะเอาผลงานออกมาเยอะเกินไปในรวดเดียว แต่ในตอนนี้ทุกคนกำลังเขียนกวีกันอยู่ หลินจือไป๋ย่อมต้องทิ้งกวีของตัวเองไว้ และหลินจือไป๋ที่ลงมือเมื่อไหร่ก็กลายเป็นงานคลาสสิก ย่อมไม่ยอมให้ชื่อเสียงของตัวเองมัวหมองแน่นอน
หลินจือไป๋จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า พู่กันน้ำหมึก
เจ้าหน้ารีบจัดเตรียมให้ในทันที สามทหารเสือจ้องมองหลินจือไป๋ โดยเฉพาะซังจื่อหรงที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ เมื่อครู่บนเรือหลินจือไป๋เผชิญกับผลงานของเขาแล้วเลือกที่จะหลีกเลี่ยงและยอมถอยให้ เป็นเพราะไม่มีความมั่นใจว่าจะชนะเขาได้ ? หรือจงใจไว้หน้าให้เขา ? คำตอบอยู่ในบทกวีบทต่อไปของหลินจือไป๋นี่แหละ
ผู้ชมในไลฟ์เองก็กำลังสงสัยและมีความกังวลอยู่บ้าง เพ