ราะตอนที่หลินจือไป๋อยู่บนเรือเมื่อเผชิญกับกวีบทนี้ของซังจื่อหรง เขาไม่ได้เลือกที่จะสู้ตรงๆ แถมยังชมว่ากวีของอีกฝ่ายดีมาก ตนเองรู้สึกเลื่อมใสอย่างนั้นอย่างนี้ จนทำให้ผู้ชมเองก็ไม่รู้ว่าปราชญ์อันดับหนึ่งแห่งฉินโจวคนนี้ชนะไม่ได้จริงๆ หรือว่าจงใจซ่อนคมกันแน่
‘ ดูเหมือนว่าจะไม่แย่เท่าไหร่นะ ‘
‘ ฉันว่ามีลุ้นชนะซังจื่อหรงอยู่นะ ‘
‘ ท่านมหาเศรษฐีตอนท้ายปริศนาอักษรก่อนหน้านี้ยังทำตัวเงียบๆ อยู่เลย ‘
‘ เพราะงั้นตอนอยู่บนเรือนั้นก็น่าจะเป็นการถ่อมตัวเหมือนกันนั่นแหละ ‘
‘ แต่ถ้าอยากจะชนะเซี่ยซินอีละก็คงยากหน่อย ‘
‘ ความสามารถของเซี่ยซินอีแม้แต่ท่านผู้เฒ่าหูก็เคยออกปากชมมาแล้ว ‘
ภายใต้สายตาของผู้ชม ภายใต้การรุมล้อมของเหล่าปัญญาชน และภายใต้สายตาของสามทหารเสือ หลินจือไป๋จับพู่กันที่จุ่มน้ำหมึกไว้แล้ว
3
2
1
ฟึบ !
บทกวีของหลินจือไป๋ยังไม่ทันเสร็จ ตัวอักษรก็ทำให้ทุกคนขนลุกซู่แล้ว !
‘ ลมประจิมพัดผิวน้ำตงถิงจนดูชรา ‘
นี่คืออักษรบรรจงที่ได้มาตรฐานอย่างยิ่ง ทุกตัวอักษรเรียกได้ว่าเจริญหูเจริญตา !
และภายใต้การจ้องมองแบบไม่กระพริบตาของทุกคน หลินจือไป๋ก็เขียนประโยคที่สองลงไป
‘ เพียงชั่วข้ามคืนผมของท่านเซียงจวินก็ขาวโพลนไปมาก ‘
บางคนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมออกมา “ตัวอักษรสวยจริงๆ !”
ที่ชมคือตัวอักษรไม่ใช่บทกวี ไม่ใช่ว่าบทกวีมีอะไรไม่เหมาะสม เพียงแต่แค่สองประโยคแรกยังไม่สามารถตัดสินระดับความสามารถที่สมบูรณ์ได้ บอก