ได้แค่ว่าสองประโยคนี้ไม่เลว แต่จะบอกว่าน่าทึ่งก็ยังไม่ถึงขั้น สิ่งที่ทำให้ทุกคนทึ่งในตอนนี้คือวิชาลายพู่กันของหลินจือไป๋ล้วนๆ
ทุกคนถึงเพิ่งนึกออกว่าหลินจือไป๋นอกจากความสามารถด้านบทกวีที่ไม่ธรรมดาแล้ว เขายังได้รับฉายาว่า ‘ อันดับหนึ่งในใต้หล้าด้านอักษรหวัดแกมบรรจง ‘ อีกด้วย !
‘ ตัวอักษรของท่านมหาเศรษฐีนี่ทำเอาฉันเคลิ้มเลย !’
‘ เทพจริงๆ สวยงามเกินไปแล้ว !’
‘ ท่านมหาเศรษฐีสมกับเป็นยอดปรมาจารย์ลายพู่กันอันดับหนึ่งในใต้หล้า !’
‘ คนข้างบนเข้าใจใหม่นะ ท่านมหาเศรษฐีคืออันดับหนึ่งในใต้หล้าด้านอักษรหวัดแกมบรรจงต่างหาก ‘
‘ ลายพู่กันมันแยกตามประเภทตัวอักษรนะ ‘
‘ แต่ตอนนี้ดูอักษรบรรจงของท่านมหาเศรษฐีก็สุดยอดเหมือนกันนะ เสียดายว่าบทกวียังธรรมดาไปนิด ‘
‘ ไม่หรอกมั้งฉันว่าก็ไม่เลวนะ ลมประจิมพัดผิวน้ำตงถิงจนดูชรา เพียงชั่วข้ามคืนผมของท่านเซียงจวินก็ขาวโพลนไปมาก ให้ความรู้สึกดีออก ‘
‘ ก็นั่นไงคุณก็บอกเองว่าแค่ไม่เลวเท่านั้น ‘
ประโยคนี้เด็ด !
ในขณะที่ทุกคนรู้สึกว่าสองประโยคแรกของบทกวีบทนี้ยังถูกลายพู่กันข่มความเด่นอยู่ ประโยคที่สามของหลินจือไป๋ก็ออกมา
‘ ยามเมามายมิทราบว่านภาสถิตอยู่ในน้ำ ‘
อารมณ์สุนทรียภาพของบทกวีบทนี้พุ่งเข้าใส่หน้าทันที ! จากสองประโยคแรกก็ยกระดับขึ้นไปหลายขั้นในพริบตา !
สายตาของเหล่าปัญญาชนเริ่มเปลี่ยนไป ในดวงตาของทุกคนเริ่มมีความเลื่อมใสปรากฏขึ้นมา ทว่าในวินาทีต่อมาความเลื่อมใสทั้