่าหยิบมือถือเข้าห้องไลฟ์ของหลินจือไป๋ตั้งแต่เมื่อไหร่ พอเห็นคอมเมนต์เขาก็หลุดขำออกมา
“พี่หลิน แฟนคลับของคุณบอกให้คุณโชว์เหนือหน่อยน่ะ”
“ตอนนี้ผมมึนๆ น่ะ คุณคุยกับพวกเขาไปก่อนแล้วกัน”
หลินจือไป๋มึนหัวจริงๆ เรือลำน้อยโคลงไปมาดูมีสุนทรียภาพก็จริง แต่ตอนนี้เขาเริ่มจะเมาเหล้าแล้ว
“งั้นคุณพักผ่อนก่อน”
เจียงโส่วรั่งเป็นคนขี้เล่น ถึงกับนั่งคุยกับผู้ชมในไลฟ์จริงๆ สักพักก็ถูกคอมเมนต์ยุยงให้ไปหลอกล่อซั่งจื้อหรงให้แต่งกวีสักบท
ซั่งจื้อหรงก็เป็นคนขี้เล่นเหมือนกัน
เขาพ่นบทกวีมั่วซั่วออกมาว่า “สามทหารเสือวรรณกรรมฉีโจว มิสู้กวีของพี่หลิน มิคาดเหล้าท้อสามจอก กลับสั่งสอนไป๋ตี้ให้รู้รสชาติคน”
‘ฮ่าๆๆๆๆ!’
‘เหล้าท้อสามจอกสั่งสอนไป๋ตี้นี่ใช้ได้เลย!’
‘สามทหารเสือนี่ตลกดีนะ’
‘สู้ฝีมือวรรณกรรมไม่ได้ ก็มาสู้กันที่เรื่องคอแข็งสินะ?’
‘ไม่นึกเลยว่าจุดอ่อนของท่านมหาเศรษฐีจะเป็นเรื่องคอแข็ง!’
‘แขกรับเชิญเยือนเขาลี่ซานเห็นหรือยัง ท่านมหาเศรษฐีก็มีจุดอ่อนเหมือนกันนะ!’
หลินจือไป๋ในตอนนี้แม้จะมึนหัวเพราะฤทธิ์เหล้า แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นภาพตัด แน่นอนว่าเขาได้ยินกวีตลกๆ ที่ซั่งจื้อหรงใช้แซวเขา เขาพูดด้วยใบหน้าแดงระเรื่อว่า “กวีห่วยแตกอะไรเนี่ย”
“งั้นคุณก็จัดมาสักบทสิ”
เจียงโส่วรั่งยิ้มพลางยุยงหลินจือไป๋
หลินจือไป๋พ่นเสียงแบบคนเมาออกมาว่า “ไป๋ตี้ดื่มเหล้าหนึ่งถังรังสรรค์กวีร้อยบท หลับใหลในร้านเหล้าเมืองฉางอัน โอรสสวรรค์เรีย