่เท่าสองคนนี้ แต่ทักษะการวาดภาพเรียกได้ว่าเป็นเลิศ!’
‘ทำให้สามคนนี้เป็นฝ่ายเข้ามาทำความรู้จักก่อนได้เนี่ย มีบารมีจริงๆ’
เจียงโส่วหรังมองไปที่กล้องของตากล้องพร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“พวกเราได้ออกทีวีใช่ไหมเนี่ย?”
“ใช่ครับ”
แขกรับเชิญรายการ ‘เยือนเขาหลีซาน’ รวมถึงหลินจือไป๋ไลฟ์สดกันทุกวัน หลักๆ คือใครที่ได้คุยกับแขกรับเชิญเหล่านี้ก็จะได้ออกทีวีหมด
“ฮาๆ สวัสดีครับทุกคน ผมเสี่ยวเจียงครับ!”
เจียงโส่วหรังเก๊กท่าใส่กล้องทันที นิสัยค่อนข้างร่าเริงดูไม่เหมือนคนในวงการวรรณกรรมเท่าไหร่ หลังจากเก๊กท่าเสร็จ เจียงโส่วหรังก็กล่าวว่า
“พี่หลินมางานกวีครั้งแรก ตามพวกเรามาเถอะ เดี๋ยวพวกเราพาไปเอง”
“ไปยังไงครับ?”
“อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำครับ”
เจียงโส่วหรังชี้ไปทางริมน้ำ หลินจือไป๋พบว่ามีเรือลำเล็กจอดอยู่มากมาย ทั่วทั้งริมฝั่งก็มีเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ข้างตัวเจ้าหน้าที่แต่ละคนมีโต๊ะตัวเล็กวางอยู่ ไม่รู้ว่าบนโต๊ะวางของขวัญชิ้นเล็กไว้หรืออะไรกันแน่
ทั้งสามคนพาหลินจือไป๋เดินไป แต่พอเดินไปถึงริมฝั่ง เจ้าหน้าที่กลับเดินเข้ามาหาแล้วเอ่ยว่า
“อัจฉริยะทุกท่านโปรดรอก่อนครับ”
“ว่าแล้วเชียว ปีนี้จะเล่นมุกไหนอีก?”
เจียงโส่วหรังดูเหมือนจะไม่แปลกใจแม้แต่น้อย เขาอธิบายให้หลินจือไป๋ที่กำลังงุนงงฟังว่า
“พี่หลินอาจจะไม่รู้ ทางผู้จัดเขาจัดงานกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่นี่ทุกปี ผลคือทุกครั้งก่อนที่พวกเราจะข้ามฝั่งไปได