หนึ่ง แล้วบอกเจ้าหน้าที่ว่า “ออกโจทย์ต่อเลย”
“ได้เลยครับ” เจ้าหน้าที่กลั้นขำแล้วเอ่ยต่อ “ภูเขาสี่ด้านเชื่อมต่อกัน”
เจียงโส่วหรังครุ่นคิดอย่างหนัก
ซ่งชิงเหลียงที่อยู่ข้างๆ ยิ้มกริ่ม ส่วนซังจื่อหรงก็ขยิบตาพลางกล่าวว่า
“โส่วหรัง ถ้านายเรียกฉันว่าลูกพี่ ฉันจะช่วยนายแก้ปริศนาอักษรนี้ให้”
“ไสหัวไปเลย!” เจียงโส่วหรังยังคงครุ่นคิดอย่างหนักต่อไป
เจ้าหน้าที่เริ่มนับถอยหลัง “ห้า… สี่… สาม… สอง…”
“นา (田 ตัวอักษรภูเขา 山 หันหน้าเข้าหากันสี่ด้าน)” หลินจือไป๋เป็นฝ่ายเอ่ยคำตอบออกมา
ซ่งชิงเหลียงกับซังจื่อหรงหันไปมองหลินจือไป๋ด้วยความประหลาดใจ
ส่วนเจียงโส่วหรังหลังจากอึ้งไปครู่หนึ่งก็ตบมือดังฉาด
“ใช่ๆๆ! คือนา! ภูเขาสี่ด้านเชื่อมต่อกัน! พี่หลินไม่เลวเลยนี่นา คุณทายปริศนาอักษรเป็นด้วยเหรอ?”
“พอรู้บ้างนิดหน่อยครับ”
หลินจือไป๋รับปากกับผู้ชมในห้องไลฟ์สดไว้แล้วว่าวันนี้จะทำตัวเงียบๆ เวลาพูดจึงต้องถ่อมตัวลงหน่อย
“ตอบถูกต้องครับ” เจ้าหน้าที่กล่าว
“โจทย์ข้อต่อไปคือ… พบน้ำจะใส! พบไฟจะสว่าง!”
“เออ…” เจียงโส่วหรังเริ่มครุ่นคิดอีกครั้ง
ซ่งชิงเหลียงยิ้มออกมาแล้วหันไปมองหลินจือไป๋ ความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องพูด เมื่อหลินจือไป๋สบตากับทั้งสองคนก็เอ่ยออกมาอย่างสบายๆ
“แสง (明)”
“ตอบถูกต้องครับ!” เจ้าหน้าที่อึ้งไปครู่หนึ่ง ทำไมมีคนแยงบทพูดฉันล่ะ?
พอหันไปดูถึงรู้ว่าเป็นเจียงโส่วหรังที่ตอนนี้กำลังวิเคราะห์อย่างตื่นเต้นว่า
“พบ