น้ำจะใสก็คือคำว่าเฉิง (清 แปลว่าใส เกิดจากการผสมตัวอักษรสามขีดที่หมายถึงน้ำกับตัวอักษร 青) พบไฟจะสว่างก็คือคำว่าหมิง (明 แปลว่าสว่าง เกิดจากการผสมตัวอักษร 日 ที่หมายถึงพระอาทิตย์กับตัวอักษร 月 ที่หมายถึงพระจันทร์)! พี่หลินเก่งจริงๆ! เป็นคำว่าหมิงจริงๆ ด้วย! ผมเคยได้ยินแต่ว่าพี่หลินมีความสามารถทางวรรณกรรมล้ำเลิศ โดยเฉพาะการต่อกลอนคู่กับบทกวี! ไม่นึกเลยว่าปริศนาอักษรก็ยังเก่งกาจขนาดนี้”
ซ่งชิงเหลียงกับซังจื่อหรงสบตากกัน หลินจือไป๋คนนี้มีของจริงๆ ด้วย
ส่วนผู้ชมที่ดูไลฟ์อยู่ย่อมรู้สถานการณ์ตรงหน้าดี ตั้งแต่ปริศนาอักษรข้อแรกทุกคนก็ลองช่วยกันทายดู ผลคือมีไม่กี่คนที่สามารถรับมือได้อย่างง่ายดายเหมือนซ่งชิงเหลียงและซังจื่อหรง
และเมื่อเห็นซ่งชิงเหลียงกับซังจื่อหรงทายไปยี่สิบข้อแล้วไม่ตอบต่อ ผู้ชมต่างก็ขำกันยกใหญ่
‘สามทหารเสือนี่ตลกชะมัด!’
‘ท่านมหาเศรษฐีรับหน้าที่ไป สามคนนี้พึ่งพาไม่ได้เลย!’
‘คนอื่นเขาจับกลุ่มช่วยกันตอบเพื่อข้ามฝั่ง แต่สามทหารเสือนี่คือตั้งใจมากินเหล้าชัดๆ!’
‘เหล้าสามจอกนี้ท่านมหาเศรษฐีเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะ’
ทว่าในตอนที่ทุกคนคิดเช่นนั้น หลินจือไป๋กลับเริ่มตอบโจทย์เสียอย่างนั้น!
‘เรื่องบังเอิญเหรอ?’
‘ท่านมหาเศรษฐีทายปริศนาอักษรเป็นด้วย?’
‘ดวงมั้ง?’
‘อาจจะแค่ฟลุกทายถูก?’
เมื่อหลินจือไป๋ตอบข้อแรกถูก ผู้ชมยังคาดเดาว่าเป็นเรื่องของดวง เพราะเมื่อเผชิญกับความสงสัยของเจียงโส่วหรัง หลินจือไป