ตำบลอันจิ่วไปพร้อมกัน
ขณะนั้น บรรดาสะใภ้สกุลจูที่คาดเดาได้ว่าคงมีอะไรเกิดขึ้นก็กระวีกระวาดเข้ามาหา
“ท่านแม่ จู่ ๆ พี่เป้ามาเรือนเราทำไมหรือเจ้าคะ?”
“จริงด้วย ท่านแม่ เขายังเอาของมาเยอะแยะอีกต่างหาก”
……
หลิวซื่อพูดพลางมองไปที่โต๊ะในห้องโถง
ข้าวของเหล่านั้นวางไว้ที่เดิม เย่อวี๋หรานไม่ได้ออกปากก็ไม่มีใครกล้าไปแตะต้อง
แต่ตอนที่จัดแจงของขายเมื่อครู่นี้ พวกนางแอบมองแล้วก็เห็นว่าในนั้นมีทั้งเส้นบะหมี่ ผ้าขาว เนื้อหมูและอื่น ๆ อีกมากมาย
เส้นบะหมี่กับเนื้อหมู พวกนางคงไม่มีสิทธิ์ แต่อย่างน้อยผ้าขาวคงได้กระมัง?
เยอะขนาดนั้น แบ่งให้ทุกคนก็ยังพอทำเสื้อคลุมได้สักตัวนั่นแหละ?
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ทราบว่าพวกนางกำลังคิดอะไรกันอยู่ จึงรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจอยู่บ้าง
นี่ก็คือข้อเสียของการไม่แยกเรือน เวลามีอะไร สายตาหลายคู่ก็จะจับจ้องมาทันที
“จู่ ๆ ก็มาหาพวกเรา ย่อมเป็นเพราะมีเรื่องดีน่ะสิ ถ้าไม่มีธุระแล้วพี่เป้าจะมาที่นี่ทำไม? พวกเจ้าคิดว่าเขาว่างนักเรอะ?”
เย่อวี๋หรานพูดเสร็จ หลี่ซื่อก็ประชิดเข้ามาทันที “เรื่องดีอะไร? ท่านแม่ เป็นเรื่องดีแบบไหนหรือเจ้าคะ? หรือว่าแผงขายอาหารของพวกเราขายดีเป็นเทน้ำเทท่า อีกไม่นานก็จะขยายสาขาได้แล้ว?”
“ดีกว่านี้เสียอีก” เย่อวี๋หรานบอก
“ดีกว่านี้อีก?!” หลี่ซื่อตื่นเต้นยินดี “หรือว่าจะเปิดภัตตาคารได้แล้ว?!”
“ไม่กระมัง ท่านแม่ จริงหรือเจ้าคะ? พวกเราเพิ่งเปิดแผงขายอาหา