ุกคน
จู่ๆ หนิงหลิงก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เจียนเจีย ทำไมเธอไม่ท้าหลินจือไป๋แข่งสักรอบล่ะ? ทั้งที่ก่อนหน้านี้เยอิงแข่งกับใครเธอก็จะขอแข่งต่อตลอดเลยนี่นา”
“ฉันยังไงก็ได้นะ”
ปากบอกว่ายังไงก็ได้ แต่ในใจกลับเริ่มมีความรู้สึกบางอย่างพลุ่งพล่านขึ้นมา
ฉีเจียนเจียยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยว่า “อาจารย์ไป๋อยากแข่งไหมคะ?”
“ได้สิ!”
หลินจือไป๋เอ่ย “แต่เรายังเดิมพันห้าเหรียญดอกท้อนะ เพราะยังไงคุณกับเยอิงก็เป็นราชินีเพลงเหมือนกัน”
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
ก่อนหน้านี้ฉีเจียนเจียก็เหมือนกับเยอิง เธอชนะได้เหรียญดอกท้อมาไม่น้อย ตอนนี้เดิมพันห้าเหรียญก็ยังพอจ่ายไหว
“เจียนเจียคงจะไม่พลาดท่าไปด้วยอีกคนหรอกนะ?”
เฉวียนยิ้มกล่าว “ท่านมหาเศรษฐีของเรานะอ่อยเก่งมากนะ”
ยังไงก็ต้องลองดู
ฉีเจียนเจียนั่งลงบนที่ที่เยอิงเพิ่งลุกไป
สายตาของเธอและหลินจือไป๋สบประสานกัน
เยอิงยังคงลอบสังเกตการณ์อยู่ นิ้วมือเริ่มบิดไปมาด้วยความกังวล ถ้าฉีเจียนเจียชนะ เธอต้องถูกอีกฝ่ายหัวเราะเยาะแน่!
“อาจารย์ไป๋ เสื้อผ้าคุณยับนะ”
ฉีเจียนเจียจัดปกเสื้อให้หลินจือไป๋อย่างแผ่วเบา
เจียนเจีย!
เยเจินเหมือนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองแตกสลาย เยอิงไม่ใกล้ชิดศิลปินชาย แล้วฉีเจียนเจียจะไม่เป็นอย่างนั้นได้เหรอ?
วงการนี้แม้จะวุ่นวาย แต่เยอิงและฉีเจียนเจียต่างก็เป็นทายาทรุ่นที่สองระดับแนวหน้าของบลูสตาร์ เจ้าหญิงตัวจริงทั้งสองไม่จำเป็นต้องเหมือนดาราหญิงส่วนใหญ่ที่หากอยากก้าวหน้าก็ต้อ