ชี่ย! ท่านมหาเศรษฐีเลียนเสียงร้องเพลงของเย่อิงได้ด้วยเหรอ!?’
‘โคตรแบ๊ว!’
‘ที่ผ่านมาฉันนึกว่าท่านมหาเศรษฐีเลียนได้แค่เสียงผู้ชายซะอีก นึกไม่ถึงว่าเสียงผู้หญิงเขาก็ทำได้!’
‘สุดยอด!’
‘เพลงนี้ก็น่าสนุกดีนะ!’
‘เพลงบ้าอะไรเนี่ย ขำจะตายอยู่แล้ว!’
เนื้อร้องทำนองเพลงนี้สนุกสนานมากจริงๆ รู้สึกติดหูล้างสมองบอกไม่ถูก
แม้ว่า หลินจือไป๋ จะเลียนเสียงของเย่อิง แต่กลับจงใจใช้เสียงแปลกๆ อย่างเสี่ยวถวนถวนสตรีมเมอร์สาวจากชาติก่อนมาร้องเลย ยิ่งตลกเข้าไปใหญ่
“ยกกะละมังข้าวฉันมา! จงตื่นขึ้นเถิด จิตวิญญาณนักกิน! สาม สอง หนึ่ง จ้วง!”
เมื่อ หลินจือไป๋ ร้องถึงท่อนฮุค เย่อิงและกู่สิงก็จำได้ พากันตะโกนร้องตาม “ในที่สุดก็ถึงเวลาหม่ำ นักกินพุ่งนำไปก่อนใคร เห็นข้าวแล้วไม่สนใจนี่ใช่คนหรือไง ท้องอิ่มสิถึงมีแรง เถ้าแก่จ๋า ยังไม่อิ่มเลย ขอเพิ่มอีกกะละมัง~”
หลังจากความตกตะลึงผ่านไป ผู้ชมก็ขำก๊ากจนตัวสั่น!
‘ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพลงนี้มันสุดยอดจริงๆ!’
‘ท่านมหาเศรษฐียังชอบแต่งเพลงตามใจปากเหมือนเดิมเลย!’
‘เมื่อกี้เย่อิงเขินเลยสินะ เธอคงนึกว่า หลินจือไป๋ จะแต่งเพลงอะไรดีๆ ให้ตัวเอง ฉันขำจะตายอยู่แล้ว’
‘เพลงนี้ไม่ดีตรงไหน! นั่นสิ เพลงนี้ดีจะตาย!’
‘ท่านมหาเศรษฐีถนัดแต่งเพลงประหลาดๆ แบบด้นสดจริงๆ!’
‘ท่านมหาเศรษฐีจะทะเล้นไปถึงไหนเนี่ย!’
‘เชี่ย! เขามีท่อนแร็ปด้วยเหรอ!’
เพลงยังไม่ทันจบ หลายคนก็เริ่มช่วยกันตบมือให้จังหวะกันเอง และวินาท