ันที่ทุกคนอยู่เขาลี่ซานมา แค่คิดว่ารสชาติของบาร์บีคิวจะเลิศรสขนาดไหนก็น้ำลายสอทะลักแล้ว
ซื้อของเสร็จ หลินจือไป๋ ก็กลับมาที่หลังบ้านสีน้ำเงิน มองดูเจ้าเฟยหยางหยางที่ยังคงเล็มหญ้าอย่างสบายใจ ไม่รู้ถึงชะตากรรมที่ใกล้เข้ามาของตัวเอง พลางยิ้มแล้วพูดว่า
“วันนี้ผมจะให้พวกคุณได้เห็นว่า อะไรที่เรียกว่าพอครัวติงชำแหละแกะในตำนาน”
เย่อิง กู่สิง และหานเยว่ช่วง คือผู้ชมที่ซื่อสัตย์ของ หลินจือไป๋ ทั้งสามคนยืนอยู่ห่างๆ ราวกับกลัวว่าเลือดแกะจะกระเด็นมาโดนตัว
‘ฉันเคยได้ยินแต่พอครัวติงชำแหละวัว พอครัวติงชำแหละแกะนี่มันอะไรกัน?’
‘จะเริ่มเชือดจริงๆ เหรอ? ฉันทนดูเรื่องแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ!’
‘ทำไมท่านมหาเศรษฐีดูเหมือนอยากจะลงมือเต็มแก่เลยล่ะเนี่ย เขายิ้มสดใสสุดๆ เลยด้วย!’
‘หน้าตาก็ดูไม่มีพิษมีภัย แถมยังหล่อจนโลกตะลึง ผลปรากฏกลับถือมีดปังตอเตรียมเชือดแกะเนี่ยนะ?’
คอมเมนต์สดหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ใบหน้า หลินจือไป๋ ดูไม่เหมือนคนที่เชือดแกะเป็นมาตั้งแต่เกิด
ดังนั้นเมื่อเขาถือมีดเชือดสัตว์แล้วลองกะจังหวะไปที่เจ้าเฟยหยางหยาง ทุกคนจึงสัมผัสความรู้สึกที่ขัดกันอย่างรุนแรง
“เยว่ช่วง จับเวลา”
หลินจือไป๋ เรียกหานเยว่ช่วงให้ช่วยจับเวลาให้ตน เขาอยากดูว่าทักษะการเชือดแกะของตัวเองจะเจ๋งแค่ไหน
“ได้ค่ะ” หานเยว่ช่วงหยิบโทรศัพท์ออกมา
หลินจือไป๋ เอ่ยคำว่าเริ่มแล้วก็ลงมือทันที