”
‘ฮ่าๆๆๆ จอมขูดรีด!’
‘เย่อิง : นายเป็นถึงมหาเศรษฐี ยังจะเอาแต่จ้องจะเอาเงินเล็กน้อยของฉันเหรอ?’
‘ทำตัวให้เหมือนคนปกติหน่อยเถอะ!’
หลินจือไป๋ กำลังล้อเล่น ทุกคนฟังออก บรรยากาศในห้องไลฟ์เล็กๆ นี้ถือว่าดีมากทีเดียว
ยังไงซะในอดีตก็เคยใช้ตัวตนฉู่ฉือไลฟ์สดมาช่วงหนึ่ง หลินจือไป๋ จึงไม่รู้สึกแปลกกับวิธีสื่อสารแบบนี้
“ยังคงเป็นคำเดิม” หลินจือไป๋ ลุกขึ้นเดินหาต่อ “ในธรรมชาติมีสมบัติอยู่มากมาย ในเมื่อพวกเรามาแล้วก็หาของกินให้เยอะหน่อย”
เจอแล้ว!
หลินจือไป๋ ส่งสัญญาณให้ตากล้องซูมภาพ “นี่ไง นี่คือจี้ไช้ เป็นผักป่าที่เป็นตัวแทนได้ดีมากชนิดหนึ่งเลยละ!”
‘นี่นะเหรอจี้ไช้?’
‘แถวบ้านเราเรียกว่าจี้จี้ไช้’
‘โอ้โห ดูเหมือนท่านมหาเศรษฐีจะรู้เยอะจริงๆ นะเนี่ย’
‘อันนี้ฉันก็เห็นอยู่บ่อยๆ กินได้ไหม?’
“ต้องมีคนสงสัยแน่ว่ากินได้ไหม แน่นอนว่ากินได้ครับ แถมปลอดภัยกว่าเจี้ยนโสวชิงด้วย ไม่เสี่ยงมองเห็นคนแคระ”
“แต่เราจะมัวคิดเรื่องกินอย่างเดียวไม่ได้ ทุกคนอาจจะไม่รู้ว่าจี้ไช้เองมีความเป็นวัฒนธรรมแฝงอยู่ด้วยนะครับ”
“อย่างเช่นในคัมภีร์ซือจิงบทกูเฟิง และฉูฉือบทเปยหุยเฟิง ซึ่งเป็นรวมบทกวีที่เก่าแก่ที่สุดสองเล่มของบลูสตาร์เรา ต่างก็มีเรื่องราวของจี้ไช้ปรากฏอยู่”
“ส่วนใหญ่มักจะใช้จี้ไช้เปรียบกับวิญญูชน เพื่อแสดงให้เห็นถึงปณิธานอันสูงส่ง เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของการไม่เกรงกลัวความหนาวเหน็บ อดทนอดกลั้น ถ่อมตนไม่โอ้อวด เหล่าน