กำลังงงอยู่นั้น หลินจือไป๋ก็พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ตบเข้าที่ต้นแขนของฉินเลี่ยนก่อน
“อาจารย์ไป๋ตี้!”
กว่าฉินเลี่ยนจะได้สติก็สายไปแล้ว เธอหัวเสียเจ็บใจตัวเองอย่างที่สุด ฉีเจียนเจียที่อยู่ข้างๆ กันเนื่องจากยืนห่างออกไปหน่อย พอได้สติก็รีบวิ่งหนีสุดชีวิต แต่หลินจือไป๋ได้ออกตัววิ่งไล่สุดกำลังแล้ว แปะ!
เพราะรีบร้อนเกินไป ฝ่ามือของหลินจือไป๋จึงเกือบจะคว้าอากาศเปล่า สุดท้ายโซเซเล็กน้อยพลาดไปโดนบริเวณบั้นท้ายของฉีเจียนเจียเข้าอย่างไม่ระวัง เอาเถอะ แม้จะเป็นการสัมผัสชั่วครู่สั้นๆ แต่หลังจากที่หลินจือไป๋รู้สึกได้ถึงสัมผัสที่ผิดแผกไปจากปกติ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
สถานการณ์กะทันหันเกินไป เขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ถ้าเกิดฉีเจียนเจียคิดว่าเขาจงใจลวนลามละก็…
หลังจากสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่บั้นท้าย ใบหน้าของฉีเจียนเจียก็พลันปรากฏรอยแดงระเรื่อที่ไม่เป็นธรรมชาติ เธอค่อยๆ หยุดฝีเท้าแล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอะไร สุดท้ายกลับไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่อีกฝ่ายตบก้นเธอไปเมื่อครู่ แค่หันกลับมาจ้องหลินจือไป๋เขม็งด้วยความอับอายปนโกรธเคืองแล้วเอ่ยว่า
“คุณหลอกฉัน”
หลินจือไป๋ถอนหายใจโล่งอก ถ้าฉีเจียนเจียเอาเรื่องขึ้นมาละก็ งานนี้เขาคงล้างมลทินไม่หลุดแน่ เขาจึงยิ้มพลางถอดหน้ากากอนามัยออกแล้วกล่าวว่า
“ในการศึกไม่หน่ายอุบายครับ”
ฉีเจียนเจียคือแกะตัวที่สิบเอ็ดที่หลินจือไป๋จับได้ เมื่อรวมกับหลี่เซียว