เห็นด้วย “ตอนนั้นฉันน่าจะใช้ชื่อว่าหนู่ว์ตี้(จักรพรรดินี)นะ ดูน่าเกรงขามดี!”
หานเยว่ซวงหลุดขำ
คุยไปทำไป ในที่สุดอกไก่ก็ถูกฉีกเป็นเส้นจนเสร็จ
เย่อิงพูดขึ้น “หานเยว่ซวง เธอจะกินบะหมี่เหรอ มากินกับพวกเราสิ ใส่ไก่ฉีกเพิ่มเข้าไปหน่อย”
“ได้เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ!”
“งั้นพวกเราเริ่มกินกันเถอะ ให้จอมขูดรีดในนั้นหิวตายไปเลย” เย่อิงยิ้มกริ่ม “รสชาติไม่เลวเลยนะเนี่ย!”
ไก่ฉีกเข้าปาก
เย่อิงพอใจในฝีมือการทำอาหารของตัวเองมาก!
ฉูฉู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ทำจานนี้เป็นแล้ว ต่อไปสามมื้อก็สบายใจได้!”
หานเยว่ซวงพยักหน้ายิ้ม เธอกินคู่ไปกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รู้สึกฟินสุดๆ
และตอนนี้เอง
อาหารของหลินจือไป๋ก็เสร็จพอดี เขาสวมถุงมือกันความร้อน ยกข้าวสวยและกับข้าวสองอย่างออกมา
ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานสีแดงมันวาว กลิ่นหอมของเนื้อโชยตลบอบอวลไปทั่วห้องอาหาร แม้แต่น้ำซอสข้นก้นจานก็ดูเหนียวข้นกำลังดี โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยสีเขียว ทำให้รสชาติน่ากินยิ่งขึ้น
ข้างๆ กันคือเนื้อเส้นผัดพริกหยวก
เส้นเนื้อมีความหนากำลังดี พริกหยวกก็ถูกหั่นขนาดเท่าๆ กัน สีของซีอิ๊วที่เคลือบเส้นเนื้อให้ความรู้สึกว่านุ่มมาก มองปราดเดียวก็เห็นความฉ่ำของน้ำซอส กลิ่นหอมเฉพาะตัวของพริกพุ่งเข้าจมูก ทำเอาต่อมรับรสตื่นตัวขึ้นมาทันที
ดูท่าทางจะรสชาติไม่เลวเลย
หลินจือไป๋ถ่ายรูปเก็บไว้หนึ่งใบ เป็นที่ระลึกสำหรับการเข้าครัวครั้งแรกของเขา จากนั้นก็ชิมเนื้อเส้นหนึ่งคำ ทันใ