เจรจาให้ได้ชั่งละสิบสามเหรียญ”
“เอาสิบชั่งเหมือนกัน ถ้าพวกเจ้าสามารถเจรจาได้ต่ำกว่านี้ ส่วนต่างก็เป็นของพวกเจ้า”
……
เนื่องจากเป็นความร่วมมือครั้งแรก ต่างฝ่ายยังไม่ทราบว่าจะสามารถเจรจาราคาเนื้อหมูได้เท่าไหร่ เย่อวี๋หรานจึงเหลือพื้นที่ให้คนขายเนื้อแซ่หลี่ได้แสดงศักยภาพ
นางกล่าวว่า “ต่อไปพอการค้าอยู่ตัวแล้ว เจ้าต้องช่วยให้ข้าซื้อได้ราคาถูกกว่านี้นะ”
คนขายเนื้อแซ่หลี่มีสีหน้ายินดีปรีดา “จูต้าเหนียง เจ้าวางใจ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน”
เขาพูดไปเมื่อครู่นี้เองว่าสามารถลดราคาได้สามถึงสี่เหรียญ หมายความว่าสี่เหรียญก็เป็นไปได้เช่นกัน
แต่จูต้าเหนียงใจนักเลง เอาแค่สามเหรียญ ส่วนที่เหลือยกให้พวกเขา นี่ก็คือเงินที่ได้มาเปล่า ๆ ไม่ใช่หรือ?
หลังจากเย่อวี๋หรานจากไปแล้ว ภรรยาของคนขายเนื้อยังพูดถึงเรื่องนี้ “จูต้าเหนียงเป็นคนดีจริง ๆ เจ้าว่าทำไมในอดีตนางถึงมีชื่อเสียงเลวร้ายแบบนั้นนะ? ดูวิธีจัดการเรื่องราวของนางสิ บอกว่าสามเหรียญก็สามเหรียญ ยกส่วนต่างให้พวกเราอีกต่างหาก…”
“เฮ้อ ก็เรื่องธรรมดานี่นา คนที่เคยว่าร้ายจูต้าเหนียงเหล่านั้น คนไหนไม่เคยมีเรื่องกับนางมาก่อนบ้าง? เรื่องดีไม่ลือออกไปนอกเรือน เรื่องร้ายสะพัดพันลี้ก็มีที่มาเช่นนี้เอง” คนขายเนื้อแซ่หลี่กำลังใคร่ครวญว่าประเดี๋ยวตนต้องไปพบใครพลางคุยกับภรรยาไปด้วย
ขณะคุยกันอยู่ เขายังเตือนสติภรรยาว่าห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดข้างนอกเด็ดขาด
การค้าที่ทำเงิน