งขึ้นไปร้องเพลงบนเวที ไม่มีวิชาแยกร่าง ย่อมไมอาจอยู่ดูการแข่งขันกับครอบครัวได้ ทำได้เพียงรีบนั่งรถกลับบ้านทันทีหลังจบการแข่งขัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะยังทำให้คนสงสัยจนได้
“น่าสงสัยจริงๆ นะเนี่ย” แม่เอ่ยแทรกขึ้น สายตาจับจ้องไปที่หลินจือไป๋ไม่กะพริบ “รายการจบถึงกลับมา หรือลูกเองก็ไปร่วมการบันทึกเทปด้วย?”
“ผม…”
“ร้อนตัวแล้ว!” หลินเชิงเทียนเห็นน้องชายอึกอักก็ตบมือดังฉาดด้วยความตื่นเต้น “นายไปร่วมบันทึกเทปมาจริง… แต่ก็แปลกนะ ในรายชื่อทีมงานไม่เห็นมีชื่อนายเลย ผู้อำนวยการรายการ King of Mask Singer ครั้งนี้เหมือนจะเป็นจินเสี่ยวเฟิงคนนั้น…”
หลินจือไป๋กะพริบตาปริบๆ เหมือนครอบครัวจะเข้าใจอะไรผิดไป คิดว่าเขาไปรับหน้าที่ผู้อำนวยการรายการอย่างนั้นเหรอ? อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้หลินจือไป๋เคยเป็นผู้อำนวยการรายการ ‘The Voice’ ของค่ายคุนเผิงมาก่อน ความคิดของคนในครอบครัวจึงย่อมเอนเอียงไปทางนั้น
“ก็ได้ครับ” หลินจือไป๋ยิ้มกล่าว “ผมไปร่วมงานมา”
ประโยคนี้เขาพูดไม่ผิด ต่อให้ภายหลังครอบครัวจะเอาเรื่อง เขาก็แก้ตัวได้ว่าก่อนหน้านี้ผมก็เคยยอมรับไปแล้วนะ! ถึงฉันจะแค่ยอมรับว่าไปร่วมงานมา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไปในฐานะอะไร
“พอรู้สึกสงสัยแล้วทำไมไม่ลงชื่อไว้ล่ะ!”
หลินจือไป๋กระแอมทีหนึ่ง “ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่น่ะครับ”
หลินซียิ้มกล่าว “นายคงกลัวจะส่งผลกระทบไม่ดีสินะ ยังไงตอนนี้ก็เป็นถึงหัวหน้าแผนกเพลงเสินฮวาเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ถ้