ายังไปเป็นผู้อำนวยการดนตรีให้รายการคุนเผิงอีก ทางสำนักงานใหญ่ต้องมีคนบ่นแน่ เลยไม่ลงชื่อแต่ไปทำงานให้เฉยๆ สินะ…”
แบบนี้ก็ได้เหรอ? หลินจือไป๋ไม่กล้าส่งเสียง แต่คนในครอบครัวกลับพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ของหลินซี เพราะการคาดเดานี้มันสมเหตุสมผลสุดๆ
“จริงๆ เลย!” แม่ยิ้มกล่าว “เรื่องแค่นี้เอง ลูกปิดบังคนอื่นได้แต่ไม่จำเป็นต้องปิดบังคนในบ้านนี่นา ในเมื่อลูกก็มีส่วนร่วมกับรายการนี้ งั้นคราวหน้าก็เอาบัตรมาให้คนในบ้านคนละใบสิ ถึงตอนนั้นเราจะไปดูการแข่งขันสัปดาห์หน้ากันที่ห้องส่งเลย!”
“เป็นข้อเสนอที่ดี!” หลินซียิ้มกล่าว “เสี่ยวเฮย นายจัดการได้ใช่ไหม?”
“ไม่มีปัญหาครับ” หลินจือไป๋ยิ้มแล้วพูดว่า “สัปดาห์หน้าผมจะสำรองที่นั่งแถวหน้าไว้ให้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นรอบหน้าพวกเราก็ลงคะแนนโหวตได้ด้วยนะสิ!?” แม่ยิ้มแล้วบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นตอนนั้นแม่จะโหวตให้สุนัขทิเบต เขาอาจจะเป็นจางซีหยางก็ได้!”
“หนูก็ชอบสุนัขทิเบตค่ะ” หลินซียิ้มกล่าว “แต่จะโหวตให้ใครจริงๆ ก็ต้องดูการแสดงหน้างาน”
“แน่นอนอยู่แล้ว” แม่สนับสนุน “พวกเราในฐานะผู้ชมก็ต้องมีความยุติธรรมหน่อยสิ ไม่แน่ว่าคะแนนของแม่คนเดียวอาจจะเปลี่ยนผลการแข่งขันได้เลยนะ!”
“วางใจเถอะครับ” หลินเชิงเทียนในฐานะคนที่คร่ำหวอดในวงการบันเทิงเอ่ยขึ้นอย่างผู้มีประสบการณ์ “รอบรองสุดท้าย คนที่ทำหน้าที่โหวตต้องไม่ใช่แค่ผู้ชมในห้องส่งแน่ แต่จะมีคณะกรรมการมืออาชีพด้วย อี