ม้!”
เรื่องนี้โจวไทเอาไปคุยโวได้ตลอดชีวิต! เฉินหลิงและหลิ่วอั้นที่อยู่ข้างๆ ก็ยิ่งพยายามอวยอักษรวิจิตรของไปตี้สุดชีวิต!
โดยเฉพาะหลิ่วอั้น วันนี้เดิมทีเขาต้องขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ไปตี้ได้ช่วยกู้หน้าเขาไว้
หากอีกฝ่ายไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย คราวนี้เขาคงเสียหน้าครั้งใหญ่แน่ แม้ตอนนี้จะเสียหน้าไปบ้างแต่ก็ไม่มีใครสนใจแล้ว!
ทุกคนหันไปสนใจไปตี้กันหมด ใครจะยังมาสนใจเรื่องที่หลิ่วอั้นโดนจูเกอชิวเหลียงเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกละ!
อีกอย่างวันนี้จูเกอชิวเหลียงโดนไปตี้เหยียบย่ำหนักกว่าอีกต่างหาก! ถือว่าได้ชำระแค้นครั้งใหญ่แล้ว!
อีกด้านหนึ่งที่โรงแรม หลินจือไป๋รับประทานอาหารร่วมกับหลินเจามู
เมื่อทานเสร็จหลินเจามูก็เช็ดปากแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ใกล้จะจบปีสามแล้ว ต่อไปมีแผนยังไงบ้าง?”
“ก็พอมีอยู่ครับ” หลินจือไป๋ตอบ “คุณพ่ออยากบุกเบิกตลาดต่างทวีป ผมกะว่าจะตามไปดูสักหน่อยครับ”
“ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี” หลินเจามูพยักหน้า “สะสมประสบการณ์ให้มากเข้าไว้ วันหน้าเวลามารับช่วงงานที่บ้านจะได้สบายขึ้นหน่อย”
แววตาของหลินจือไป๋ไหววูบ คุณปู่พูดออกมาอย่างสบายๆ แต่ความหมายที่แฝงอยู่นั้นไม่พูดก็พอรู้
สองปู่หลานไม่ได้คุยหัวข้อนี้กันลึกมากนัก ดูเหมือนทุกอย่างจะเป็นที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ย
วันรุ่งขึ้น หลินจือไป๋กลับมาถึงบ้าน พ่อกำลังดูทีวีอยู่ในห้องรับแขก พอหันมาเห็นหลินจือไป๋ก็ยิ้มแก้มปริทันที
“ลูกกลับมาแล้วเหรอ”
พี่ช