มาอยู่ในหมู่บ้านได้ไม่นาน เขาก็ได้ยินคำเล่าลือเกี่ยวกับจูต้าเหนียง เรื่องที่สกุลจูมั่งมีขึ้นมา ทั้งสร้างเรือนหลังใหม่ ทั้งส่งลูกชายไปเรียนหนังสือ และอื่น ๆ อีกมากมาย…
เจียงหยวนซือยืนอยู่ใต้ต้นไม้ พัดบดบังใบหน้าซีกล่างเอาไว้ แลดูทรงภูมิความรู้แต่ไม่คร่ำครึ ความจริงแล้วดวงตาทั้งคู่กลอกกลิ้ง ไม่รู้ว่ากำลังมีความคิดเจ้าเล่ห์อันใด
“จูต้าเหนียง…” เขาพึมพำ “จูปาเม่ย…”
ใช้น้ำตาลไม่กี่ก้อน เจียงหยวนซือที่แต่งกายอย่างบัณฑิตก็หลอกถามรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัวจูเหล่าโถวจากพวกเด็ก ๆ ได้แล้ว
แม้ว่าเด็กน้อยจะรู้อะไรไม่มาก ทั้งยังมักพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ตอบไม่ตรงคำถาม แต่เด็ก ๆ ก็เป็นคนที่ไม่ปิดบังความลับมากที่สุด
พวกเด็ก ๆ มักเผยข้อมูลมากมายด้วยความไร้เดียงสา เป็นต้นว่าผู้ใหญ่เคยพูดไว้ว่าต่อไปใครได้แต่งกับจูปาเม่ยก็คงรวยแล้ว
เจียงหยวนซือคิดว่าจะรวยหรือไม่เขาไม่รู้ แต่ช่วงนี้สถานการณ์ไม่สู้ดี เขาไม่สะดวกจะไปปรากฏตัวในตำบล ตอนนี้มิสู้ไปหลอกเด็กสาวชนบทสักคนเพื่อให้ได้อยู่สบายไปอีกหลายวันไม่ดีกว่าหรือ
เขาเป็นพวกกินข้าวนิ่ม[1] ใช้เงินราวกับน้ำ ทั้งยังไม่มีรายได้ หากไม่รีบหา ‘ตั๋วกินข้าวระยะยาว’ ให้ตนเองสักคน ถ้าเกิดไม่มีข้าวกินขึ้นมาจะทำอย่างไร?
ก่อนจะหาเหยื่อรายถัดไปก็หาเด็กสาวชนบทสักคนมาแก้ขัดไปก่อน จะมากน้อยก็คงพอให้ผ่านช่วงนี้ไปได้
วันนี้เมื่อจูปาเม่ยออกมาจากเรือนของจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นก็ได้