นเซอร์แบรนด์ใหญ่สี่รายของ ‘The Voice’
เนื่องจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ช่วงนี้ไม่เป็นผลดีกับ ‘The Voice’ สปอนเซอร์แบรนด์ใหญ่ทั้งสี่กังวลว่าจะเกิดปัญหา จึงส่งคนมาตรวจสอบ
เพราะแบรนด์ใหญ่ทั้งสี่ต่างก็ลงทุนไปรายละห้าสิบล้านเป็นเหล่าพ่อบุญทุ่มของรายการ ทีมงานจึงทำได้แค่แสดงความยินดีต้อนรับเท่านั้น
เมื่อคนกลุ่มนี้นั่งลงพวกเขาก็มองไปที่เวทีและเริ่มซุบซิบ
“พิธีกรนี่หน้าตาไม่คุ้นเลยนะ”
“ฉันเหมือนเคยดูรายการที่เขาเป็นพิธีกร ถ้าจำไม่ผิดน่าจะชื่อหวงลี่?”
“ใครนะ?”
“ไม่ดังอะไร ดูจากปฏิกิริยาของผู้ชมก็รู้แล้วว่าหลายคนไม่สนใจเขาเท่าไหร่”
“สถานการณ์ดูไม่ค่อยดีเลยนะ พวกเราลงทุนไปมากขนาดนั้น ทำไม ‘The Voice’ ไม่หาพิธีกรดังๆ มาคุมเวทีหน่อย”
“พิธีกรต้องรับผิดชอบอ่านโฆษณาด้วยนะ”
“พิธีกรที่ไม่มีชื่อเสียงคนนี้อ่านโฆษณา ผู้ชมก็คงไม่สนใจฟังว่าเขาพูดอะไรบ้าง”
“เดี๋ยวพวกเราไปคุยกับตัวแทนเจียงให้ดีๆ นี่เพิ่งจะเทปแรก เทปต่อๆ ไปก็ให้พวกเขาเปลี่ยนพิธีกรเถอะ
ถ้าไม่ไหวจริงๆ พวกเราก็เพิ่มเงินลงทุนไปอีกหน่อยก็ได้ ยังไงตอนนี้ฉันก็คิดได้แล้ว
ต่อให้รายการ ‘The Voice’ ไม่ประสบความสำเร็จ พวกเราก็ถือว่าได้ช่วยคุนเผิงแล้ว
แค่หลังจากนี้อาจารย์จวินหลินตอบแทนเราในงานโฆษณาหน่อยก็พอ”
“อืม วุ่นวายซะจริง”
เหล่าพ่อบุญทุ่มรู้สึกไม่พอใจพิธีกรอย่างมาก เพราะสำหรับสปอนเซอร์โฆษณาแล้ว ยิ่งพิธีกรมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ การอ่านโฆษณาขอ