เธอฟังดูรู้เลยว่าเรียนมาแถมยังมีประสบการณ์บนเวทีเยอะด้วยไม่ใช่แค่ร้องเพลงเป็นแต่ยังเต้นได้ที่สำคัญที่สุดหน้าตาดีด้วยถ้าแสดงในรายการได้ดีมีความหวังดังได้เลยครับ…”
หลิวหวาพูดจ้ออย่างคล่องแคล่ว
หลินจือไป๋กล่าวเสียงเรียบ “เจียงเฉิงกำชับกับคุณไว้ว่ายังไงครับ? ได้บอกไหมว่า ‘The Voice’ หาเสียงร้องไม่ใช่หน้าตา?”
“พูดอย่างนั้นก็จริงอยู่ครับ…”
หลิวหวายิ้มเจื่อนๆ “แต่พวกเราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องดึงดูดผู้ชมบ้างสิครับอย่างเมื่อวานมีชายร่างใหญ่เทอะทะคนหนึ่งร้องเพลงรักที่เต็มไปด้วยอารมณ์ผมยอมรับเลยว่าฝีมือดีแต่ท่าทางแบบนั้นมันก็ไม่เหมือนคนที่มาประกวดดาวเด่นเลยสักนิด”
“ชื่ออะไรครับ?”
“หลิวหวาครับ”
“ผมหมายถึงคนที่ร้องเพลงรักนั่นต่างหาก!”
“เหมือนจะชื่อ…”
หลิวหวาเกาหัวอึกอักอยู่นานแล้วบอกว่าตัวเองจำไม่ได้
“มีวิดีโอร้องสดไหมครับ?”
“เขาไม่ได้เข้ารอบครับผมก็เลยไม่ได้เก็บไว้…”
“ไปเอาข้าวกล่องมาให้ผมเถอะ”
“เดี๋ยวผมให้ผู้ช่วยไป…”
“คุณไปเอง”
หลินจือไป๋จ้องหลิวหวาเขม็งหลิวหวาได้แต่ลุกขึ้นอย่างเก้อเขินเพื่อไปเอาข้าวกล่องมาให้หลินจือไป๋
ส่วนหลินจือไป๋ก็โทรศัพท์หาเจียงเฉิงทันทีแล้วด่ากราดไปประโยคหนึ่ง “เรื่องที่กำชับพี่ไปตั้งหลายครั้งขนาดนั้นก็ยังทำไม่ได้! ที่ผมต้องการคือเสียงร้องดีไม่ใช่หนุ่มหล่อสาวสวยอะไรพี่เห็นเป็นการคัดเลือกหญิงงามของฮ่องเต้โบราณหรือไงหลิวหวานั่นยังเน้นเรื่องจบจากสถาบันอีกตราบใดที่ไม่ใช่คนที่