ารา’…”
ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ผู้เข้าแข่งขันที่เพิ่งตอบไปก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน
ที่แท้เป็นกับดัก!
ตอนแรกดูเหมือนโคลงซ้ำคำธรรมดา ที่ไหนได้เป็นแค่ฉากบังหน้า!
ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดจริงๆ!
แต่พอนึกได้ว่ารอบนี้แม้แต่หลินจือไป๋ก็พลาดเหมือนกัน ทุกคนก็รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย
แต่แล้ว
หลินจือไป๋กลับกล่าวด้วยรอยยิ้มเช่นกัน “น่าอัศจรรย์ดีงามทุกโมงยามฝนโปรยแดดส่อง โคลงรองของผมก็อ่านย้อนกลับได้ไม่ใช่เหรอครับ”
สีหน้าลู่หยวนพลันเปลี่ยนไป
“โคลงต้นของฉันเวียนซ้ำไปมาได้ ที่ใดมีธาราสดใส ที่ใดมีภูผางดงาม ธาราภูผาทุกหนแห่งงดงามสดใส…”
“เหล่าลู่”
คราวนี้หลินจือไป๋ยังไม่ทันได้พูด โจวไท่ก็ยิ้มฝืดๆ พลางเอ่ยว่า “โคลงรองของนักเรียนหลินจือไป๋ก็เข้ากับฉันทลักษณ์เหมือนกัน แดดส่องดีงาม ฝนโปรยน่าอัศจรรย์ แดดส่องฝนโปรยทุกคราล้วนงดงามน่าอัศจรรย์”
“ฉันยอมเขาเลย”
ลู่หยวนถอนหายใจ กับดักทั้งหลายถูกหลินจือไป๋มองทะลุปรุโปร่ง โคลงรองของอีกฝ่ายล้วนพลิกแพลงเล่นคำ แต่โจวไท่นี่จะพล่ามอะไรนักหนา?
“เขาต่อได้ แล้วนายล่ะต่อได้ไหม?”
ลู่หยวนโกรธจนหน้าแดง ควันออกหูจ้องเขม็งไปที่โจวไท่
โจวไท่ชะงักไป เงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่ายมืออย่างจนใจแล้วพูดว่า
“ต่อไม่ได้”
นี่เป็นโคลงต้นข้อแรกที่โจวไท