ในงานก็เริ่มเกาหูเกาหัวกันแล้ว!
ว่าแล้ว!
เมื่อเทียบกับรอบแรกแล้วความยากของรอบที่สองสูงขึ้นอย่างชัดเจนเลย!
“คุณพระ!”
“ฉันกวาดตามองไปโคลงคู่สิบบทไม่มีบทไหนแต่งออกเลย!”
“นี่มันยากเกินไปแล้วมั้ง?”
“รอบแรกก็ตกรอบไปครึ่งหนึ่งแล้ว รอบสองคงตกรอบไปอีกสองในสามสินะ?”
“อาจไม่ใช่แค่นั้นด้วยซ้ำ!”
“โคลงต้นสิบบทแต่งได้แค่ห้าบทก็เข้ารอบแล้วนะ!”
“ประเด็นคือเวลาบีบมากเกินไปน่ะสิ รวมเวลาพิจารณาโจทย์แล้วก็แค่สิบห้านาที”
“เท่ากับว่าอย่างน้อยทุกสามนาทีก็ต้องเขียนโคลงรองออกมาได้หนึ่งบทเลยนะ!”
“ฉันแต่งได้สองสามบท…”
“งั้นเธอก็เก่งแหละจ้ะ!”
“รอบสองยังขนาดนี้ รอบชิงจะขนาดไหน?”
ส่วนในไลฟ์สดก็ไม่ต่างกันนัก
ชาวเน็ตก็กำลังขบคิด มีคนลองแต่งโคลงรองบทสองบท แถมมีบางคนแต่งออกมาได้จริงๆ ด้วย
หลักๆ ก็เพราะคนดูไลฟ์มีจำนวนมาก ในนั้นย่อมมียอดฝีมือปะปนอยู่ พอระดมสมองกันก็พอจะแต่งครบทั้งสิบบทได้ในที่สุด
เรื่องนี้ถือว่าเป็นธรรมดามาก บนอินเทอร์เน็ตมีผู้ชมมากมายนับไม่ถ้วนช่วยกันระดมความคิด
กุนซือสามคนยังเกินขงเบ้ง แต่ผู้เข้าแข่งขันในงานกลับต้องทำให้ได้เกินห้าบทด้วยตัวคนเดียว ความยากระดับนี้สูงเกินไป!
ข้อเท็จจริงก็เป็นแบบนั้น
ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบสองเมื่อเห็นโจทย์บนจอยักษ์ หลายคนก็ถึงกับเผยสีหน้าลำบากใจ หน้ามืดตาลายเลยทีเดียว
มีเพียงไม่กี่คนที่ยังคงสงบใจได้ และเจียงเทาก็เป็นหนึ่งในนั้น
บทที่หนึ่ง บทที่สาม บทที่ห้า บทที่เจ