ย์ข้อสุดท้ายได้!’
‘ข้อสุดท้าย!?’
ราวกับได้ยินความสงสัยของผู้ชมทั้งในงานและในไลฟ์ พิธีกรสาวผู้สวยสงางามยิ้มแล้วพูดว่า
“ใช่แล้วค่ะ หลินจือไป๋ เป็นคนที่แต่งโคลงรองของโคลงต้นบทที่ห้าสิบ ‘เหงาเปลี่ยวหน้าต่างหนาวเฝ้าเดียวดายไร้คู่’ ส่วนโคลงรองนั้นขอเชิญทุกท่านดูที่จอใหญ่ได้เลยค่ะ…”
ว้าว! บนจอยักษ์ปรากฏโคลงรองของ ‘เหงาเปลี่ยวหน้าต่างหนาวเฝ้าเดียวดายไร้คู่’ เป็นอักษรเหล่านั้น
‘หมอนอูถงผู้ร่วมพักพิงก็เปล่าดาย!’
ฮือฮา! เจียงเทาตะลึง! ผู้ชมในฮอลล์ตะลึง! ผู้ชมในไลฟ์ก็ตะลึง!
แม่แต่ปรมาจารย์ห้าเซียนโคลงคู่ก็ยังตะลึง! พวกเขานึกว่า หลินจือไป๋ น่าจะตอบได้รวดเดียวสี่สิบเก้าข้อ ผลกลับไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในก้าวเดียว ต่อโคลงข้อที่ห้าสิบได้ตรงๆ!
นี่มันคู่สมบูรณ์เชียวนะ! โจทย์ที่ถึงขั้นแม้แต่ห้าปรมาจารย์โคลงคู่ยังจนปัญญากลับถูกนักศึกษาคนหนึ่งแก้ได้?
วินาทีนั้นทั้งหอประชุมเงียบกริบลง “เหงาเปลี่ยวหน้าต่างหนาวเฝ้าเดียวดายไร้คู่, หมอนอูถงผู้ร่วมพักพิงก็เปล่าดาย…”
ณ ตรงนั้นเงียบกริบไม่มีแม้แต่เสียงอีกานกกระจอก ทุกคนต่างเงียบสงบลิ้มรสโคลงรองนี้อยู่ในใจ บางคนครุ่นคิด บางคนกลับคล้ายว่าไม่ค่อยเข้าใจนัก เพราะใช่ว่าทุกคนจะเชี่ยวชาญด้านนี้
ตากล้องแพนกล้องไปที่ หลินจือไป๋ ใบหน้าสงบนิ่งของเขาขึ้นจอถ่ายทอดสด ผู้ชมรู้สึกได้เพียงความยิ่งใหญ่สูงสง่าดุจภูผา!
‘เจ๋งเป้ง!’
‘โคตรเก่งเลย!’
‘แบบนี้ก็ยังต่อได้!’