ีกรจึงอ่านทวนอย่างชัดถ้อยว่า “หมอนอูถงผู้ร่วมพักพิงก็เปล่าดาย… หมอนอูถงผู้ร่วมพักพิงก็เปล่าดาย…”
ทันใดนั้นพิธีกรเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกล่าวว่า
“อยู่ที่สองคำสุดท้ายนี่เอง! หมอนอูถงผู้ร่วมพักพิงก็เปล่าดาย! คำว่าเชียงพ้องเสียงกับคำว่าคิดถึง ส่วนชีก็คือภรรยา! งั้นก็เป็นหมอนอูถงผู้คิดถึงภรรยา! คิดถึงภรรยาก็คือการโหยหาภรรยา!”
โหย! โคลงต้นคือหญิงหม้ายคร่ำครวญถึงความเปล่าเปลี่ยว หญิงหม้ายก็คือคนที่สูญเสียสามีไปแล้ว!
ส่วนโคลงรองมีเสียงพ้องกับคำว่า ‘คิดถึงภรรยา’ เมื่อนำมาใส่ไว้ตรงนี้ก็จะไม่ใช่แค่การเล่นเสียงพ้องเฉยๆ อีกแล้ว!
วินาทีนั้น ผู้ชมแตกฮือ! ณ สถานที่แข่งขัน
“โคลงต้นบทนี้ไม่บอกว่าเป็นโคลงคู่สมบูรณ์เหนือกาลก็คงใกล้เคียงแล้ว ความยากขนาดนี้ไปตี้ไม่เพียงแค่แต่งโคลงรองออกมาได้ ยังต่อได้แบบไร้รอยต่อ ทั้งบรรยากาศและความหมายสอดรับกันได้อย่างสมบูรณ์แบบเลย!”
“สุดยอด!”
“สุดยอดจริงๆ! นี่แหละเหตุผลว่าทำไมเมื่อกี้ไปตี้ถึงเขียนอยู่ไม่กี่ขีด ที่แท้เพราะไม่สนใจสี่สิบเก้าข้อแรกแต่พุ่งไปที่ข้อที่ยากที่สุดตั้งแต่ต้น!”
“นี่แหละที่เรียกว่าพรสวรรค์ทางวรรณศิลป์พลุ่งพล่าน!”
“มั่นใจสุดๆ เลย เขาหล่อมากฉันหลงรักเลย สมแล้วที่เป็นไปตี้!”
“ฮ่าๆๆๆ เมื่อกี้ฉันแทบหายใจไม่ทัน นักศึกษาวิทยาลัยศิลปะฉีโจวคนนั้น เจียงเทาน่ากลัวจริงๆ แต่ฝั่งเรามีไปตี้ ผู้เข้าแข่งขันระดับอาวุธนิวเคลียร์คนนี้!”