นต่อที่เหมาะสมออกภายในสิบนาทีได้”
“อย่างน้อยฉันก็ทำไม่ได้”
“ฉันก็ไม่ไหว พวกเราห้าคนไม่มีใครทำได้เลย”
บรรดาปรมาจารย์ทั้งห้าถกกันเรื่องข้อที่ห้าสิบอยู่พักใหญ่ แต่ก็ยังนึกกลอนที่เข้าทำต่อไม่ออก
“แต่ดูสีหน้ากรรมการแล้ว ทำไมเหมือนมีคนทำโจทย์ข้อสุดท้ายได้เลยละ?” หนึ่งในนั้นหันไปมองคณะกรรมการ
“ไม่น่าเป็นไปได้นะ?” ปรมาจารย์อีกสี่คนไม่ค่อยเชื่อ
“น่าจะมีคนตอบถูกสี่สิบเก้าข้อแรกมากกว่า แค่ทำสี่สิบเก้าข้อให้เสร็จภายในสิบนาทีได้ก็พอให้ตะลึงแล้ว”
“คงอย่างนั้นแหละ”
“แต่ว่าต่อให้ไล่ทำรวดเดียวสี่สิบเก้าข้อแรก ก็ยังไม่ยากเท่ากับทำข้อที่ห้าสิบได้”
“เท่านั้นก็ดีมากแล้ว คนที่ทำสี่สิบเก้าข้อแรกได้ระดับฝีมือก็ใกล้เคียงพวกเราแล้ว อย่าดูแคลนนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำแบบนี้เชียว”
แล้วท่ามกลางปฏิกิริยาจากทุกฝ่าย คณะกรรมการให้คะแนนเสร็จเรียบร้อยและส่งผลไปให้พิธีกรแล้ว
พิธีกรเห็นผลแล้วก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นพิธีกรก็สูดหายใจเข้าลึกพลางมองไปยังผู้ชมในฮอลล์และกล้องไลฟ์สด
“ผลคะแนนรอบคัดเลือกออกมาแล้วค่ะ ในรอบคัดเลือกโคลงคู่มีผู้ถูกคัดออกสี่สิบแปดคน และผ่านเข้าสู่รอบสองห้าสิบสองคน ต่อไปจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบ เรียงตามคะแนนจากน้อยไปมากนะคะ ติงฮุยเหมย, เฉินเจี้ย, เจี่ยงฟาหมิง, ตงผิง, โจวหยาง, ไช่ต๋าเผิง…”
พิธีกรเริ่มประกาศรายชื่อจากผู้ที่ทำได้ถึงเกณฑ์ผ่านห้าสิบคะแนนขึ้นไปก่อน ทุกครั้งที่พิธีกรเอ่ยชื่อ หน