ินพลังชีวิตจากร่างกายของหลิ่วจิน เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของตัวเอง
ดวงตาที่ว่างเปล่าจ้องมองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างตะกละตะกลาม
เธอคือเป้าหมายถัดไปของมัน!
เฝ่ยไป๋ลู่ใช้ปลายนิ้วคีบยันต์สามแผ่นไว้ อักขระสีดำปรากฏบนกระดาษยันต์สีเหลืองทองพร้อมกับแสงสีทองไหลผ่านบนผิวยันต์
“หลิงเป่าเทียนจุน*[1] โปรดปลอบประโลมกายา จิตวิญญาณของศิษย์ และอวัยวะภายในทั้งห้า…”
เมื่อการร่ายอาคมสงบลง ยันต์ทั้งสามแผ่นก็ถูกโยนออกมาพร้อมกัน และประทับลงบนตำแหน่งบ่าและหัวใจของหลิ่วจินตามลำดับ ก่อตัวเป็นค่ายกลที่มองไม่เห็น โดยมียันต์บนหน้าผากปกป้องพลังชีวิตและพลังหยางไว้
เมื่อประจันหน้ากับดวงตาที่น่าเกลียดเหล่านั้น สีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่เคร่งขรึม เธอตวัดนิ้วขึ้น ควบคุมตราประทับหยินมุ่งตรงสู่แผลใบหน้ามนุษย์
ตอนนั้นเอง ราวกับว่ามีบางอย่างพังทลาย อากาศที่พองตัวพัดเสื้อผ้า และผมของเธอจนปลิวไหว
พลังที่มองไม่เห็นสั่นสะเทือนเป็นวงกว้าง ทำให้หลิ่วหลีหมิงและเฟิงกู่เซียงรู้สึกแสบตา จนต้องยกมือขึ้นปิดตาตัวเองโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าใด แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็ได้เห็นเฝ่ยไป๋ลู่อุ้มหลิ่วจินที่หมดสติไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้าง และเดินมาหาพวกเขาแล้ว
ดวงตาของเฟิงกู่เซียงเบิกกว้าง น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ และเต็มไปด้วยความคาดหวัง “หาย… หายแล้วใช่ไหม?”
ก้อนเนื้อน่าสยดสยองที่งอกบนศีรษะของหลิ่วจินหายไป กระทั่งบาดแผลก็เลือนหายไปด้วย ร