่นนั้นก็รู้สึกเป็นห่วง
วันนี้ตอนตื่นขึ้นมา คนบางคนยังพูดว่าปวดเอวอยู่เลย ตอนนี้กลับยกไม้เท้าทุบตีคน แล้วจะไม่เป็นไรหรือ?
นางร้องบอกให้ลูกชายสองคนไปหยุดพ่อเฒ่าจูเอาไว้
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นก็อดจะบ่นจากข้าง ๆ ไม่ได้ “พี่ใหญ่ เรื่องนี้ท่านช่างเลอะเลือนยิ่งนัก!”
“คนทั้งหมู่บ้านรู้เรื่องหมดแล้ว พวกข้าไม่มีหน้าจะไปพบผู้คนแล้ว”
“ท่านไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นสีหน้าหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่น่ามองแค่ไหน ถ้าท่านเข้าเรือนไปยังจะมีชีวิตออกมาได้ไหม?”
……
จูเหล่าโถวประท้วงว่าเขาถูกปรักปรำ อธิบายว่าเขากับแม่ม่ายฉินมีความสัมพันธ์คลุมเครือต่อกันก็จริง แต่ยังไม่ถึงขั้นนั้นเสียหน่อย
“แล้วพวกเจ้าขึ้นเตียงกันหรือยัง?” พ่อเฒ่าจูค้ำไม้เท้าถามคาดคั้นอย่างกรุ่นโกรธ
ยังไม่ถึงขั้นนั้นรึ อธิบายคลุมเครือแบบนี้ จะถึงหรือไม่ถึงขั้นนั้นแล้วต่างกันตรงไหน?
เขาอยากทุบตีเจ้าลูกชายไม่เอาไหนคนนี้ให้ตายเสียจริง ๆ จะได้จบสิ้นไปแต่เพียงเท่านี้
“ยังขอรับ…” จูเหล่าโถวถูกตีไปหลายที แผ่นหลังปวดแปลบ แต่เรื่องนี้เขาไม่กล้ายอมรับ
บิดาของเขาไม่ถามสักคำก็ลงมือหนักเช่นนี้ ถ้ายอมรับแล้ว เขายังจะรอดออกไปได้หรือ?
ถ้าบิดาเขายังเดือดดาลปานนี้ หากเปลี่ยนเป็นหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ เขาคงถึงฆาตโดยไม่ต้องสงสัย
จูเหล่าโถวรู้สึกสิ้นหวังต่อ ‘จุดจบ’ ของตนเองยิ่งนัก
“ยังไม่ขึ้นเตียงกันจริง ๆ?”
“ยังขอรับ”
“ไม่ได้ขึ้นเตียง แล้วเด็กในท้องนางเป็นลูกใคร?” พ่อเฒ่าจู