กล่าว “นางพูดเองกับปากว่าตัวเองท้อง เจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสให้ไปเชิญหมอตำแยมาตรวจแล้วว่าท้องจริงหรือไม่ ประเดี๋ยวก็คงได้รู้กัน เจ้าใหญ่ เจ้าคิดให้ดีก่อนค่อยตอบ”
จูเหล่าโถวหน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย “เรื่องนี้…ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ข้าแค่เอาสิ่งของเล็กน้อยไปให้นาง ช่วยนางทำงานไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง…”
“อยู่ดีไม่ว่าดี ไม่มีธุระแล้วเจ้าจะเอาสิ่งของไปให้นาง ไปช่วยนางทำงานทำไม? ยังกล้าพูดว่าตัวเองไม่มีความสัมพันธ์อันใดกับนางอีกนะ นี่เรียกว่าไม่เกี่ยวข้องกันตรงไหน? คนบริสุทธิ์ที่ไหนจะเอาตัวไปข้องแวะกับแม่ม่าย?” พ่อเฒ่าจูนึกโมโหก็อยากยกไม้เท้าขึ้นมาตีคนอีกครั้ง
จูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อรีบเข้าไปขวาง “ท่านพ่อ ท่านระวังเอวของท่านหน่อยขอรับ”
“เฮ้อ…เหลวไหวแท้ ๆ!” แม่เฒ่าจูทอดถอนใจ “เมียเจ้ามีนิสัยอย่างไร เจ้าไม่รู้เลยหรือ? เจ้ากล้าทำเรื่องแบบนี้ลับหลังนาง นางรู้เข้าแล้วเจ้าจะมีจุดจบอย่างไร? เจ้านี่มันน่าโมโหนัก!”
นอกจากคนรุ่นเยาว์อย่างจูซานจ้วงและจูซื่อหู่ที่ไม่กล้าออกปากแล้ว คนทั้งครอบครัวล้วนกล่าวตำหนิจูเหล่าโถว
มีชีวิตดี ๆ ไม่ชอบ แต่กลับไปพัวพันกับแม่ม่าย ไม่ใช่คนโง่แล้วยังจะเป็นอะไรได้อีก?
จูเหล่าโถวนึกเสียใจทีหลังยิ่งนัก
ตอนนั้น เขาแค่อยากหาใครสักคนมาปรับทุกข์ ระบายความทุกข์ที่อัดอั้นอยู่ในใจก็เท่านั้นเอง
เขาไม่นึกเลยว่าตนเองกับเย่อวี๋หรานจะมาถึงขั้นนี้
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว ข้าสำนึกผ