นเสิ่นลอบสังเกตสีหน้าผู้เฒ่าทั้งสอง แล้วกล่าวว่า “พวกท่านไม่อยู่ที่นั่นด้วยคงจะไม่ทราบ ตอนนั้นพี่สะใภ้ตบแม่ม่ายฉินไปฉาดหนึ่ง ถ้าในมือนางมีมีด ข้าคิดว่าตอนนั้นพี่สะใภ้คงใช้มีดแทนการใช้ฝ่ามือแล้ว”
เย่อวี๋หราน “…”
ข้าตบนางก็เพราะอยากเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคนจากจูปาเม่ยมาที่ข้าต่างหากเล่า
“ใช่แล้ว แค่มองข้ายังกลัวเลย ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสมาได้ทันเวลา พี่สะใภ้เห็นแก่หน้าพวกเขา เรื่องนี้เกรงว่าคงไม่จบง่าย ๆ” จูซื่อเสิ่นพูดเสริม “ข้าไปสืบมาแล้ว ตอนนี้คนถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืนในเรือนผู้อาวุโส ทั้งยังจัดคนเฝ้าเอาไว้ แม่เฒ่าผู้นั้นพวกท่านก็รู้จัก ก็คือย่าของลี่ฮวาเจ้าค่ะ”
“ย่าของลี่ฮวา?” แม่เฒ่าจูระบายลมหายใจออกมา “ถ้าเป็นย่าของลี่ฮวาก็จัดการง่ายหน่อย เมียเจ้าสี่ เจ้ารู้จักย่าของลี่ฮวาไม่ใช่หรือ? เจ้าช่วยไปพูดจากับนาง ให้นางช่วยสืบข่าวให้หน่อยได้หรือไม่?”
“ท่านแม่ ข้าไปพูดมาแล้วเจ้าค่ะ แต่ว่า…” สีหน้าของจูซื่อเสิ่นฉายแววลำบากใจ “อย่างมากนางเพียงช่วยถ่ายทอดคำพูดให้เท่านั้น อย่างอื่นก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถึงอย่างไรเรื่องนี้นอกจากเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสเป็นคนจัดการด้วยตนเองแล้วยังมีพี่สะใภ้ใหญ่จับตามอง นางไม่กล้าล่วงเกินใครสักคน”
แม่เฒ่าจูทอดถอนใจ “เฮ้อ…เรื่องนี้ก็ยากตรงนี้แหละ นิสัยของพี่สะใภ้เจ้า ถ้าไม่อาละวาดจนพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เรื่องนี้ก็จัดการยากแล้ว อย่างอื่นน่ะไม่กลัว ข้ากลัวเ