าหลายคนเลย”
หลินตงมาถึงที่นี่ดูจะเกร็งกว่าหลินจือไป คลายกระดุมคอหนึ่งเม็ดแล้วเดินไปคุยกับผองเพื่อนเก่า
“พวกลูกเดินเล่นตามสบายเดี๋ยวแม่ไปทักญาติสักหน่อยนะ?”
แม่พูดพลางเหลือบมองหลินจือไปท่าทางลูกชายคนเล็กดูไม่ได้ผิดปกติอะไร
“ไปเถอะครับ”
หลินจือไปยิ้มตอบกลบเงามืดในใจ เขาไม่ชอบที่นี่จริงๆแต่สักวันสถานที่นี้มันจะเป็นของเขา หลินจือไปมั่นใจมาก อาคารต่างๆ ในคฤหาสน์ตระกูลหลินสูงใหญ่โอ่อ่า
หลินจือไปบอกพี่ชายพี่สาวว่า“ผมไปเดินเล่นแถวๆ นี้สักหน่อยนะ”
“ฉันไปด้วย”
หลินซีขยิบตาท่าทางดูเหมือนยังไม่ค่อยวางใจนักหลินเชิ่งเทียนไม่เอ่ยอะไรแต่ก็ชัดเจนว่าไม่อยากให้หลินจือไปเดินเตร่คนเดียวหลินจือไปหลุดขำเบาๆ ไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งสามเดินเล่นในคฤหาสน์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าสู่อาคารสีขาวขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่วงนอก
“เลขาจิน?”
หลินจือไปก้าวเข้าสู่โถงเห็นเลขาจินยืนอยู่หน้าลิฟต์ กำลังพูดอะไรสักอย่างกับวิทยุสื่อสารที่คอเสื้อ
“พวกคุณมาถึงแล้ว”
ได้ยินเสียงหลินจือไป เลขาจินเดินเข้ามาพูดด้วยรอยยิ้มว่า“คุณชายน้อยไปตัวสูงขึ้นเยอะเลยนะครับ”
“เลขาจินเองก็ไม่เปลี่ยนเลยนะครับ”
หลินจือไปพูด เลขาจินเป็นไม่กี่คนในตระกูลหลินที่เขาชอบแม้เลขาจินจะไม่ใช่แซ่หลินแต่ตลอดหลายปีที่ทำงานเคียงข้างคุณปู่อย่างขยันขันแข็งดูแล้วคนแซ่หลินบางคนยังมีน้ำหนักสู้เขาไม่ได้เลย
เพราะแม้แต่หุ้นเสินฮว่ากรุ๊ปที่ปกติสงวนไว้ให้ลูกหลานสายตรง เลขาจินก็มีอยู่เขาคื