ซูฉานว่า“บางคนภายนอกเป็นนักศึกษาปีสองแต่ลับหลังกลับเป็นไปตี้”
หลินจือไปพูดเรียบๆ“แต่ไปตี้ก็ให้ความช่วยเหลือแบบที่คุณต้องการไม่ได้ บางทีคุณแต่งกับหลินกงอาจจะคุมเทียนกวงได้นะครับ”
“ฉันไม่ชอบเขา”
ซูฉานกล่าว
“ฉันเรียนจิตวิทยาเรียนอ่านสีหน้า คุณก็น่าจะรู้ฉันช่างสังเกตและชาญฉลาดเพราะงั้นฉันเลยไม่ชอบเขา จะเรียกว่ารังเกียจก็ได้”
“งั้นเหรอครับ?”
หลินจือไปพูดอย่างใจเย็น
“ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปบอกเขาสิว่าคุณไม่ปลื้มเขา เทียบกับขยะอย่างเขาคุณชอบไปตี้มากกว่า”
ซูฉานกลอกตามองบน“คุณเป็นเด็กหรือไง? ใช้วิธีเด็กน้อยแบบนี้เอาคืนเขา?”
หลินจือไปไม่แยแส“ผมพอใจครับ”
จู่ๆ ซูฉานก็ยิ้ม“งั้นก็ดีฉันจะไปบอก”
หลินจือไปกำลังจะยัดองุ่นเข้าปากพอได้ยินแบบนั้นก็ ซูฉานกล่าวว่า“คุณปอดแหกแล้วสิ”
หลินจือไปสะบัดบัตรลิฟต์ในมือ“ขึ้นไปกับผมสิ”
ขณะกล่าวหลินจือไปก็เดินตรงไปที่ลิฟต์ ซูฉานมองแผ่นหลังของหลินจือไป
“คุณต่างหากที่ปอดแหก”
หลินจือไปหันกลับมาเอียงคอส่งคำพูดคืนซูฉานจ้องมองหลินจือไปเหมือนจะอ่านสีหน้าแต่กลยุทธ์นี้ไม่ได้ผลทุกครั้ง หลินจือไปยิ้มระรื่นหน้าตาปล่อยวางสบายๆ
“ไปกัน”
ซูฉานเลิกคิ้วเดินตามหลินจือไป หลินจือไปใจเต้นในใจคิดว่าผู้หญิงคนนี้เพี้ยนหรือเปล่า ซูฉานถาม
“จะไปไหม?”
หลินจือไปกระตุกมุมปากก้าวเข้าลิฟต์ทันที เลขาจินบอกพวกหลินกงอยู่ชั้นสาม
“ตอนนี้ยังทันถ้าจะเปลี่ยนใจ”
หลินจือไปพูดขึ้น เขาคิดว่าตัวเองก็ฉลาดพอตัว ซูฉา