้าคือลูกชายของเขา เขากล้าพูดว่าเขาไม่รับไหม?”
นางถลึงตามองเย่อวี๋หรานอย่างดุร้าย ดวงตาแดงก่ำ
เรื่องราวมาถึงขั้นนี้ แม่ม่ายฉินไม่มีทางถอยอีกแล้ว ไม่รอดก็มีแต่ต้องตายเท่านั้น
เย่อวี๋หรานยิ้มเย็น “เจ้าคิดว่าครอบครัวนี้ข้าใหญ่ที่สุด หรือเขาใหญ่ที่สุดกันเล่า?”
“เจ้า…” แม่ม่ายฉินย่อมไม่กล้าตอบอยู่แล้ว
ด้วยนิสัยของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ นางรู้อยู่แล้วว่าหากนางตกอยู่ในกำมืออีกฝ่ายจะต้องไม่มีจุดจบที่ดีแน่นอน จูเหล่าโถวเท่านั้นจึงจะเป็นฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายของนาง
แม่ม่ายฉินกัดฟันจนกระพุ้งแก้มเจ็บระบม แต่ยังคงพูดว่า “ข้าท้องลูกของจูเหล่าโถว ถ้าเจ้ากล้าลงมือกับข้า คนที่เจ้าฆ่าก็คือเลือดเนื้อสกุลจู เจ้ามันนังอสรพิษ”
“ดูเหมือนเจ้าจะลืมไปว่าคนอื่นเรียกข้าว่าอะไรกระมัง? เจ้าคิดว่าฉายา ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ นี้ ข้าได้มาเพราะเสียงดังกว่าคนอื่นเท่านั้นหรือ?” เย่อวี๋หรานเชิดหน้ามองอีกฝ่ายอย่างดูถูก ประหนึ่งกำลังมองของสกปรกอยู่กระนั้น “อย่างนั้นเจ้าก็ดูเบาข้าเกินไป
แล้ว”
“เจ้าจะทำอะไร?!” แม่ม่ายฉินรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
ขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสก็มาถึงเสียที
ทั้งสองคนหอบแฮก ครั้นมาถึงก็ปลอบโยนเย่อวี๋หราน บอกนางว่าไม่ต้องมีโทสะ พวกเขาจะจัดการเรื่องนี้เอง จะต้องมอบคำอธิบายให้นางแน่นอน
“มอบคำอธิบายให้ข้า? คำอธิบายอะไร?” เย่อวี๋หรานมองคนทั้งสองด้วยสีหน้าปราศจากอารมณ์ นางกล่าวว่า “พวกท่านเป็นคนกำหนดรายนาม